ที่ฉลาด”
เจ้าล่าเยวี่ยไม่เข้าใจความหมายของเขา
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ในโลกแห่งการบำเพ็ญพรตมีคำกล่าวไว้ว่า หากจะอาศัยปัจจัยภายนอกมาช่วยในการบำเพ็ญพรต การเขียนพู่กันมิอาจสู้วาดภาพได้ เพราะภาพวาดต่างหากที่เป็นรูปร่างดั้งเดิม ส่วนการเขียนพู่กันนั้นจำเป็นต้องให้พวกเรานิยามความหมายไปบนรูปร่าง แต่ไป๋เจ่าเลือกทิ้งการวาดภาพมาเลือกเขียนพู่กัน นางน่าจะคิดออกแล้วว่าความหมายที่พวกเรานิยามไปบนรูปร่างต่างหากคือสิ่งที่การบำเพ็ญพรตจำเป็นต้องตามหา”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “น่าจะเป็นเพราะหมากที่เจ้าเล่นกับถงเหยียนวันนั้นที่ทำให้นางคิดได้”
จิ๋งจิ่วกล่าว “แล้วเจ้าล่ะ?”
คำถามนี้มาอย่างกะทันหัน แต่เจ้าล่าเยวี่ยรู้ว่านี่เป็นเพราะเขารู้ว่าตนเองกำลังคิดอะไรอยู่
นาง ไป๋เจ่าและกั้วตงคือคนสามคนที่โลกแห่งการบำเพ็ญพรต ไปจนถึงทั่วทั้งแผ่นดินเฉาเทียนจะนำมาเปรียบเทียบกัน
งานชุมนุมเหมยฮุ่ยในปีนี้ กั้วตงได้ที่หนึ่งในการประลองพิณ ไป๋เจ่าได้ที่หนึ่งในการประลองพู่กันอย่างเหนือความคาดหมาย อย่างนั้นนางล่ะ?
เจ้าล่าเยวี่ยจะลงประลองวิถีพรต ข่าวนี้ถูกเจวี่ยนเหลียนเหรินขายออกมานานแล้ว หลายวันมานี้ข่าวนี้ได้กลายเป็นความลับที่ทุกคนต่างรู้กันหมด
นางมิได้ตอบคำถามนี้ หากแต่คิดถึงคำถามที่เจวี่ยนเหลียนเหรินถูกถามมากที่สุกในช่วงหลายวันมานี้ จากนั้นถามว่า “เจ้าคงมิได้เป็นพระจริงๆ ใช่ไหม?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “เจ้ารู้ว่าข้าไม่ใช่”
เจ้าล่าเยวี่ยถาม “เช่