ั้นใช้เวลาค่อนข้างนาน หากรีบไปเขาฉีผานในเวลานี้น่าจะยังทัน
ประตูวังที่อยู่ไกลออกไปพลันมีความเคลื่อนไหว ขันทีคนหนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน ก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้ารถม้า กล่าวเสียงเบาๆ สองสามประโยค
ในรถม้ามีเสียงหัวเราะที่แฝงความหมายลึกซึ้งเอาไว้ จากนั้นก็มีเสียงที่กังวานดังขึ้นมา
“ในเมื่อรู้แพ้ชนะแล้ว อย่างนั้นก็ไปที่ตำหนักพระสนมแล้วกัน”
……
……
ในวังเคยแต่งตั้งพระสนมเอาไว้สี่คน พระสนมสองคนในนั้นได้เสียชีวิตและฝังเอาไว้ที่สุสานตะวันออก ยังมีพระสนมอีกคนหนึ่งที่อายุมากแล้ว น้อยครั้งที่จะปรากฏตัวออกมา
ตอนนี้เมื่อพูดถึงพระสนม ย่อมต้องหมายถึงพระสนมหูที่เป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาท
พระสนมหูแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยนานแล้ว พร้อมรับคำสั่งออกเดินทางทุกเมื่อ
ฝ่าบาททรงไม่ลืมเรื่องที่รับปากนางเอาไว้ หลังตัดสินพระทัยจะไปทอดพระเนตรการประลองหมากล้อมที่เขาฉีผาน ก็มีรับสั่งให้คนมาแจ้งนาง
ความรักใคร่เอ็นดูเช่นนี้พบได้น้อยมากในวังหลวง แต่บนใบหน้าของนางกลับมิได้มีสีหน้าภาคภูมิใจอะไรเลย ในทางกลับกัน สีหน้านางกลับดูร้อนใจ
เดิมทีนางเป็นคนพูดกล่อมให้ฝ่าบาทเสด็จไปทอดพระเนตรการประลองหมากล้อมที่งานชุมนุมเหมยฮุ่ย เพราะนางอยากจะเห็นจิ๋งจิ่วถูกถงเหยียนหรือว่ายอดฝีมือคนอื่นทำให้อับอายขายหน้า
การดำเนินไปของเรื่องราวนั้นดีกว่าที่นางจินตนาการเอาไว้ จิ๋งจิ่วเจอกับถงเหยียนตั้งแต่เริ่มประลอง
แต่เรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นกลับเหนื