วกระไร ทำได้เพียงยืนยิ้มอยู่ด้านข้าง
บนกำแพงแนวนั้นมีกระดานหมากรุกขนาดใหญ่ห้อยเอาไว้อยู่ ด้านข้างมีชื่อและอัตราต่อรองของผู้ประลองทั้งสองคน เมื่อดูจากลายมือแล้วน่าจะเพิ่งเขียนขึ้นไปได้ไม่นาน
จิ๋งซานไม่มีใจจะไปนั่งดู เขายืนอยู่ด้านหลังกลุ่มคน ในใจครุ่นคิดเรื่องที่จะขายทรัพย์สมบัติภายในบ้านหลังจากนี้
ในเมื่อต้องแพ้อยู่แล้ว ต่อให้อัตราต่อรองของจิ๋งจิ่วจะสูงแค่ไหนมันก็ไร้ประโยชน์
ในเวลานี้เอง ด้านหน้าสวนพลันมีเสียงพูดคุยดังขึ้นมา ดึงดูดความสนใจของเขาเอาไว้
……
……
“ทำไมตานี้ถึงมาวางตรงนี้ มีใครคิดออกหรือยัง?”
“วางหมากใหม่อีกรอบซิ ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าตรงตำแหน่งดาวมันมีปัญหา”
“ถอยไปสองตา”
“ไม่พอ ถอยไปสิบตา ให้ข้าคิดหน่อย”
……
……
มหาบัณฑิตกัวลุกขึ้นมา ก้าวเดินไปยังหน้ากระดานยักษ์ หยิบหมากขึ้นมาสิบกว่าเม็ด แสดงการเปลี่ยนแปลงสองสามอย่างออกมา ก่อนจะหมุนตัวหันมากล่าวกับทุกคนว่า “ตอนนี้ดูเข้าใจหรือยัง?”
ถึงแม้เหล่าขุนนางชั้นสูงที่มาอยู่ในบ่อนพนันเหล่านั้นจะเล่นหมากล้อมเป็น แต่ฝีมือในการเล่นย่อมธรรมดา จึงไม่เข้าใจความหมายของเขา
ยอดฝีมือของเมืองเจาเกอสิบกว่าคนคล้ายกำลังครุ่นคิด
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ชายชราคนหนึ่งกล่าวเสียงสั่นขึ้นมา “ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง!”
ยอดฝีมือทางวิถีหมากของอาณาจักรที่เข้าใจความหมายของมหาบัณฑิตกัวและเข้าใจความยอดเยี่ยมของการเดินหมากตานั้นมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เสียงอุทานตกใจดังส