ลับขึ้นลงไม่ขาดสาย ต่างพากันอุทานชื่นชมไม่ขาดปาก
เฉิงกั๋วกงกล่าวว่า “ยังคงเป็นท่านมหาบัณฑิตที่ร้ายกาจ กระทั่งการเดินตานี้ก็ยังดูเข้าใจ”
มหาบัณฑิตกัวยิ้มเจื่อนกล่าวว่า “ข้าเพียงแค่เข้าใจความหมายของทั้งสองคนนี้ก่อนพวกท่านเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น มิได้ร้ายกาจอะไรเลย ข้าเคยบอกพวกท่านแล้วว่าฝีมือและสภาวะทางหมากล้อมของถงเหยียนนั้น ไม่เคยมีใครทำได้เช่นนี้มาก่อน ระดับฝีมือของจิ๋งจิ่วเองก็อยู่เหนือพวกท่านและข้า พวกท่านก็ไม่ยอมเชื่อ ตอนนี้เป็นอย่างไร?”
ในเวลานี้เขามั่นใจแล้วว่าการคาดเดาของตนเองถูกต้อง การประลองด้านนอกสวนดอกเหมยเก่าในวันนั้น ถงเหยียนมิได้เอาจริงเลย
แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น เขาก็ยังได้แต่ต้องยอมแพ้ตอนช่วงกลางกระดาน ความห่างชั้นนี้มันช่างต่างกันมากจริงๆ
……
……
จิ๋งซางยืนตกตะลึงอยู่ด้านหลังกลุ่มคน
ฟังจากคำพูดของมหาบัณฑิตกัว หรือจิ๋งจิ่วจะสู้กับถงเหยียนได้อย่างสูสี นี่เป็นไปได้อย่างไร?
เขาหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าร้อนขึ้นมาจากถาดที่สาวใช้ถือเอาไว้ ออกแรงเช็ดใบหน้าของตัวเอง จากนั้นมองไปยังกระดานหมากล้อมที่อยู่บนกำแพง
แต่มองเพียงแวบเดียวเขาก็รู้สึกตาลาย ดูไม่เข้าใจแม้แต่น้อย ในขณะที่ร้อนใจ จึงยื่นมือไปคว้าแขนคนคนหนึ่งแล้วถามว่า “ตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไรกันแน่?”
คนผู้นั้นกล่าว “ท่านถามข้า แล้วข้าจะถามใคร?”
จิ๋งซางกล่าว “หรือยอดฝีมือของอาณาจักรที่อยู่ตรงด้านหน้าก็ไม่มีความเห็นอะไร?”
มีคนกล่า