วว่า “วันนี้พวกเขาก็เหมือนท่านกับข้านี่แหละ กระทั่งหมากยังดูไม่เข้าใจ แล้วจะไปมองออกได้อย่างไรว่าใครจะชนะ”
มีคนได้ยินคำพูดนี้จึงกล่าวเยาะเย้ยขึ้นมา “แพ้ชนะยังต้องดูอีกหรือ? ท่านมหาบัณฑิตบอกว่าระดับสภาวะทางวิถีหมากของอาจารย์เซียนถงเหยียนเป็นที่หนึ่งในประวัติศาสตร์ แล้วเขาจะแพ้ได้อย่างไร?”
จิ๋งซางโมโหเล็กน้อย กล่าวว่า “พูดจามั่นใจเพียงนี้ เจ้าดูหมากกระดานนี้รู้เรื่องหรือ?”
……
……
บนเขาฉีผาน
เวลาค่อยๆ เดินไป กอดอกเจียงเหมยถูกเหยียบจนแหลกละเอียด แต่ยังคงไม่มีใครมองหมากที่อยู่ในศาลากระดานนั้นออก
ผู้คนได้แต่มองดูคนสองสามคนที่อาจจะมองดูหมากกระดานนั้นเข้าใจ
เชวี่ยเหนียงกัดริมฝีปาก ในหัวยังคงครุ่นคิดถึงหมากตาที่แล้วอยู่ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคิดหนักเกินไปหรือเปล่า กระทั่งริมฝีปากถูกกัดจนแตกไปหลายแห่งก็ยังไม่รู้ตัว
ซั่งจิ้วโหลวหลับตา ริมฝีปากขยับเบาๆ กำลังกล่าวอะไรพึมพำอย่างไร้ซุ่มเสียง
พวกเขาไม่มีใจไปคิดถึงเรื่องแพ้ชนะแล้ว ที่พวกเขายังทุ่มสมาธิทั้งหมดไปยังหมากบนกระดาน ครุ่นคิดอย่างหนักโดยไม่เสียดายเรี่ยวแรง ก็เพียงเพราะอยากจะเข้าใจหมากกระดานนี้
เพียงแต่การจะตามความคิดของจิ๋งจิ่วและถงเหยียนให้ทัน มันช่างเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างมากจริงๆ
ในเวลานี้ ระดับฝีมือทางหมากล้อมของใครเป็นอย่างไรก็ล้วนแต่สามารถวิเคราะห์ออกมาได้อย่างแม่นยำ
กู่หยวนหยวนมีชื่อเสียงที่ทัดเทียมเชวี่ยเหนียงและซั่งจิ้วโหลว แต่เห็นไ