ชาถูกส่งเข้ามาในศาลา
จิ๋งจิ่วและถงเหยียนยืนถือถ้วยชาอยู่ริมรั้ว สายตาทอดมองออกไปนอกภูเขา มิได้พูดคุยอะไรกัน
ทุกคนมองดูภาพเหตุการณ์นี้ นิ่งเงียบไม่กล่าวกระไร
……
……
การประลองหมากดำเนินต่อไป
ลมพัดขึ้นมาอีกครั้ง แรงกว่าครั้งก่อนหน้านี้เล็กน้อย
มีเมฆลอยมายังท้องฟ้าที่อยู่เหนือเมืองเจาเกอ บดบังดวงอาทิตย์ อากาศบนภูเขาค่อยๆ เย็นสบาย
บรรยากาศตรงบริเวณศาลาแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมา
ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ
ไม่มีใครกล้าส่งเสียงออกมา
การเดินหมากเข้าสู่ช่วงกลางกระดาน ตัวหมากค่อยๆ แน่นขึ้น ต่อให้เป็นคนที่ดูไม่รู้เรื่องก็ยังรู้ว่าในที่สุดทั้งสองฝ่ายก็เผชิญหน้ากันอย่างเป็นทางการแล้ว
เป็นครั้งแรกที่ถงเหยียนเริ่มครุ่นคิดเป็นเวลานาน
หลังจากนั้นครู่ใหญ่ เขาก็ทำการตัดสินใจออกมา
เขาใช้นิ้วสามนิ้วคีบหมากสีขาวเม็ดนั้นเอาไว้ ก่อนจะยื่นมือไปบนกระดานอย่างเงอะเงิ่น
ไม่รู้เป็นเรื่องบังเอิญ หรือว่าฟ้าดินตอบสนองต่อความอันตรายของการเดินตานี้และจิตสังหารที่ไม่มีที่สิ้นสุดที่แฝงอยู่ในนั้น….
ชั้นเมฆที่อยู่เหนือเขาฉีผานพลันบิดตัวขึ้นมา แสงฟ้าแลบแลบแปลบๆ อยู่ในส่วนลึกของก้อนเมฆ
หมากสีขาววางลบไปบนกระดานอย่างแผ่วเบา
เสียงครืนดังสนั่น
สายฟ้าฟาดลงมา
………………………………………………..