ขณะที่กล่าวประโยคนี้ สีหน้าของถงเหยียนเฉยชา น้ำเสียงเองก็ปรกติธรรมดา แต่หากพินิจให้ดีแล้ว นั่นกลับเป็นความโหดร้ายอย่างมาก เต็มไปด้วยการเย้ยหยัน เพราะการเหยียดยามเช่นนี้แทบจะใกล้เคียงกับคำว่าไม่อยู่ในสายตา
ซั่งจิ้วโหลวสีหน้าแปรเปลี่ยนทันที ใบหน้าแดงเรื่อ แต่กลับกล่าวอะไรไม่ออก เพราะแม้แต่ตัวเขาก็จำเป็นต้องยอมรับว่าถ้าหากว่ากันถึงเรื่องพรสวรรค์แล้ว เขายังห่างชั้นจากถงเหยียนมากนัก
ด้านหน้าต้นไม้ใหญ่มีเสียงหัวเราะที่ดูไม่เป็นธรรมชาติอย่างมากดังขึ้นมา
“ฮ่าๆๆๆ ถงเหยียน เจ้านี่ยโสโอหังเหมือนอย่างที่ร่ำลือจริงๆ ในสายตาไม่เคยเห็นหัวคนอื่น…แต่ว่า ข้าชอบ”
กู่หยวนหยวนยิ้มพลางกล่าวขึ้นมา “บันทึกการเดินหมากทั้งหมดของเจ้า ข้าได้ศึกษาดูอย่างจริงจังแล้ว ข้ายอมรับว่าพรสวรรค์ของเจ้านั้นแข็งแกร่งจริงๆ ทว่าข้าเองก็มิได้แย่ ประเดี๋ยวลองดูไหม?”
ถงเหยียนเหลือบมองเขา กล่าวว่า “เฟิงเตาเล่นหมากล้อมไม่เป็น แต่กลับคาดหวังจะให้เจ้ามาเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ที่เบาปัญญาป่าเถื่อนของคนเหนือ ช่างโง่เขลายิ่งนัก”
กู่หยวนหยวนรู้สึกโมโหขึ้นมา กล่าวว่า “เจ้าถือดียังไงมากล่าวเช่นนี้?”
“เขาเล่นหมากล้อมไม่เป็น แล้วเอาอะไรมาตัดสินว่าเจ้าเล่นหมากล้อมเป็น?”
ถงเหยียนกล่าวจบประโยคนี้ด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนเดินหน้าต่อไป
เชวี่ยเหนียงย่อตัวลงเล็กน้อย ทำการคารวะกึ่งอาจารย์ให้แก่เขา
ถงเหยียนมิได้หยุดฝีเท้า หากแต่กล่าวว่า “ข้าไม่ชอบเล่นหม