ากกับเจ้าเด็กทางเหนือนั่น เอาชนะเขาให้ได้”
ครั้นได้ยินประโยคนี้ เชวี่ยเหนียงรู้สึกดีใจอย่างมาก เพราะการที่ได้ยินถงเหยียนกล่าวเช่นนี้ นั่นหมายถึงการยอมรับจากเขา
รอยกระบนใบหน้าของสาวน้อยคล้ายจะกระโดดออกมา สีหน้าของกู่หยวนหยวนแปรเปลี่ยนเป็นดูแย่อย่างมาก
ไป๋เจ่ามองดูภาพเหตุการณ์นี้อยู่ในป่าอย่างเงียบๆ ภายใต้ผ้าแพรสีขาวพอจะมองเห็นนางส่ายศีรษะเล็กน้อยจนยากที่จะสังเกตเห็นได้
เซี่ยงหว่านซูเดินตามถงเหยียนไปข้างหน้า บนใบหน้ามีร้อยยิ้มเจื่อนๆ
ถึงแม้สำนักจงโจวจะเป็นสำนักอันดับหนึ่งในใต้หล้า —- หลายคนล้วนคิดเช่นนี้ อย่างน้อยศิษย์ของสำนักจงโจวก็คิดเช่นนี้ — แต่คำพูดและการกระทำของศิษย์พี่ก็แข็งกร้าวเกินไปจริงๆ เหล่าผู้อาวุโสของเรือนอี้เหมาน่าจะไม่สนใจเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้ แต่กู่หยวนหยวนนั้นเป็นคนที่เทพดาบแย่งตัวมาจากกองทัพเจิงเป่ยด้วยตัวเองเชียวนะ
แล้วศิษย์พี่ยังไปพูดอีกว่าท่านเทพดาบโง่เขลา…
หากเทพดาบโกรธเกรี้ยวขึ้นมาจริงๆ ใครจะรู้ว่าอาจารย์เหล่านั้นจะฉวยโอกาสก่อเรื่องขึ้นมาหรือเปล่า งานแต่งของท่านกับศิษย์พี่คงจะถูกคัดค้านหนักขึ้นเป็นแน่
……
……
“ถงเหยียน วันนี้อารมณ์ของเจ้าเหมือนจะปัญหา พูดมากเกินไป ข้าค่อนข้างเป็นห่วงนะเนี่ย”
ภายในหุบเขาพลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นคือกลิ่นสุรา กลิ่นนั้นไม่รุนแรง ต่อให้เป็นคนที่รังเกียจสุราเป็นที่สุดอย่างเชวี่ยเหนียงก็มิได้รู้สึกว่าเหม็นอะไร