พันธ์ที่ธรรมดาย่อมต้องกลายเป็นย่ำแย่
ที่ศิษย์ชิงซานเป็นห่วงเขา มิใช่เป็นเพราะเคารพเขาในฐานะอาจารย์ หากแต่เป็นการตอบสนองตามธรรมชาติเวลาที่เจอกับศัตรูจากภายนอก
ยิ่งไปกว่านั้นคนที่จิ๋งจิ่วท้าประลองครั้งนี้คือถงเหยียน
ในฐานะที่เป็นสองสำนักที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาสำนักบำเพ็ญพรต ไม่ว่าจะเป็นการประลองครั้งไหน ไม่ว่าจะเป็นการประลองอะไรระหว่างสำนักชิงซานและสำนักจงโจวก็ล้วนแต่ไม่ต้องทำการปลุกใจอะไรเหล่าลูกศิษย์เลย
เหล่าศิษย์ชิงซานย่อมต้องหวังว่าจิ๋งจิ่วจะเดินไปได้ไกล อย่างน้อยที่สุดได้ไปเจอกับถงเหยียนก็ยังดี มิเช่นนั้นแล้วสำนักคงขายหน้าอย่างมาก
เมื่อเดินตามทางที่ปูด้วยแผ่นหินมาถึงส่วนที่ลึกที่สุดของเรือนพักและเข้าไปในห้อง สาวน้อยจากยอดเขาชิงหรงที่เป็นคนนำทางก็ถอยออกมาอย่างเงียบๆ ในตอนที่ปิดประตูยังอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองดูจิ๋งจิ่ว
ควันบางเบาสองสามสายลอยออกมาจากกระถางธูป กลิ่นธูปค่อนข้างมีความพิเศษ เทียบกับธูปทำสมาธิที่ผู้บำเพ็ญพรตชอบใช้แล้วแตกต่างกัน กลิ่นธูปนี้มีกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้และผลไม้ หากดมให้ดีกลับคล้ายจะมีกลิ่นเค็มของลมทะเล
จิ๋งจิ่วรู้ว่านี่คือธูปที่ราบสูงที่ล้ำค่าของเผ่าคนป่าทางใต้ ครานั้นนางเคยส่งมาที่ยอดเขาเสินม่อเป็นจำนวนมาก
นางในที่นี่ก็คือนางที่อยู่ตรงหน้าเขาในเวลานี้ เจ้าแห่งยอดเขาชิงหรง — หนานว่าง
ภายในห้องเงียบสงัด ไม่มีใครเอ่ยอะไร
หนานว่างมองดูจิ๋งจิ่วเป็นเวลานาน คล้ายต้องการ