ลู่กั๋วกงไม่กล้ารับคำ
ฝ่าบาททรงเชิญฉานจึแห่งวัดกั่วเฉิงและเทียนจิ้นเหรินมาด้วยตัวพระองค์เอง แล้วยังคิดจะเชิญเจ้าสำนักของสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยมาอีก การให้ความสำคัญขนาดนี้ พระองค์ทรงคิดจะทำนายอะไรกันแน่?
ถึงแม้จะเป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่มีอำนาจมากที่สุดบนแผ่นดิน สภาวะเองก็ลึกล้ำสุดประมาณ แต่ขอเพียงไม่สามารถบรรลุกลายเป็นเซียน อย่างนั้นในช่วงสุดท้ายของชีวิตก็ต้องเผชิญปัญหาเหล่านี้อยู่ดี
ในตอนที่ความตายใกล้มาเยือน ฮ่องเต้บางองค์เลือกที่จะกินยาวิเศษไม่หยุดเพื่อให้อายุขัยเพิ่มขึ้น ฮ่องเต้บางองค์เลือกที่จะไม่สนใจ ปล่อยให้อะไรจะเกิดก็เกิดไป จัดงานเลี้ยงใหญ่โตสนุกสนาน
เสินหวงองค์ปัจจุบันเป็นกษัตริย์ที่ทรงพระปรีชาสามารถ การที่พระองค์ทรงต้องการทราบอายุขัยของตนเอง ย่อมต้องเป็นเพราะพระองค์ทรงต้องการจัดการเรื่องราวต่างๆ ให้เรียบร้อย ทั้งเรื่องของตนเองและเรื่องของเผ่าพันธุ์มนุษย์
จิ๋งจิ่วพลันกล่าวขึ้นมา “ข้าจะเข้าวัง”
นี่ย่อมต้องหมายความว่าให้ลู่กั๋วกงจัดการพาเขาเข้าไป
ลู่กั๋วกงตกใจ แต่กลับมิได้กล่าวกระไร หากแต่ถามว่า “เมื่อไรขอรับ?”
จิ๋งจิ่วลุกขึ้นมา ก่อนกล่าวว่า “ตอนนี้”
……
……
จู่ๆ คิดอยากจะเข้าวังในเวลากลางดึก หากเปลี่ยนเป็นคนอื่นจะต้องไม่มีทางทำได้แน่ ต่อให้เป็นขุนนางที่เป็นที่ชื่นชอบที่สุดในราชสำนักก็ไม่มีทางทำได้
แต่ลู่กั๋วกงทำได้ เพราะงานของวัดไท่ฉางจำเป็นต้องติดต่อกับในวังเป็นประจำ ที่สำคัญกว