่านั้นก็คือ ตั้งแต่ฝ่าบาทองค์ก่อนหน้าเป็นต้นมา ลู่กั๋วกงก็ได้รับความไว้วางพระทัยจากฝ่าบาทเสินหวงทั้งสองพระองค์เป็นอย่างมาก
ต่อให้เขาถ่อมตนทำตัวเรียบง่ายเพียงใด แต่ด้วยเรื่องราวต่างๆ ในช่วงเวลาหลายปีมานี้ ไม่ว่าจะในท้องพระโรงหรือว่าคนที่อยู่ในวังเหล่านั้น ก็ล้วนแต่มองออกนานแล้วว่าเขาเป็นคนอย่างไร
ประตูเล็กตรงมุมของพระราชวังเปิดออกอย่างเงียบๆ ลู่กั๋วกงพาชายหนุ่มสวมหมวกลี่เม่าคนหนึ่งเดินเข้าไป
ภาพเหตุการณ์นี้ย่อมต้องตกอยู่ในสายตาของใครหลายคน แต่ไม่ว่าจะเป็นองครักษ์หรือขันทีที่เดินผ่านมาพอดีต่างก็หมุนตัวหลบไปอีกทางอย่างรู้กัน แสร้งทำเป็นมองไม่เห็น
คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในวัง ไม่อยากจะถูกมองว่ามีเจตนาที่ไม่ดี แล้วก็ไม่อยากจะถูกกล่าวหาว่าแอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องของฝ่าบาท
……
……
มีเมฆลอยมาจากทางใต้ บดบังแสงดาว ภายในวังตกอยู่ในความมืด ทำให้แสงไฟในตำหนักดูอบอุ่นเป็นพิเศษ
ลู่กั๋วกงยืนอยู่บนบันไดหินตรงด้านหน้าท้องพระโรง ดวงตาหรี่เล็กเหมือนเหยี่ยวที่จ้องมองความเคลื่อนไหวรอบตัว สุดท้ายสายตากลับถูกเงาที่ยืดยาวของตนเองดึงดูดเอาไว้
เขาคิดไม่ถึงว่าฝ่าบาทจะทรงยินยอมให้จิ๋งจิ่วเข้าเฝ้า ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นด้านในท้องพระโรงด้วย
เพราะสถานะภายนอกของจิ๋งจิ่วนั้นเป็นเพียงศิษย์ธรรมดาของชิงซานคนหนึ่งเท่านั้น นี่มันหมายความว่าอย่างไร?
เขามองดูเงาของตัวเอง ครุ่นคิดอย่างเงียบๆ มุมปากค่อยๆ มีรอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นมา
คำ