งแล้วจะสามารถล่วงรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดได้? หรือกระทั่งเรื่องธรรมวิถีไร้ที่สิ้นสุดเจ้าก็ยังมิเข้าใจ?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “จักรวาลไร้ขอบเขต ย่อมไม่สามารถคำนวณได้ทั้งหมด แต่กระดานหมากล้อมมีเพียงสามสิบแปดเส้น สามร้อยหกสิบเอ็ดจุด แล้วเหตุใดจะคำนวณทั้งหมดไม่ได้?”
ถงเหยียนกล่าว “กระทั่งตาต่อไปข้าจะเดินอย่างไรเจ้ายังคำนวณไม่ได้ แล้วจะมาพูดถึงเรื่องคำนวณทั้งหมดอะไรกัน”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ไม่มีใครสามารถคำนวณการเดินทุกตาของคู่ต่อสู้ได้ เพราะกระทั่งตัวคู่ต่อสู้เองก็อาจจะยังไม่รู้”
ถงเหยียนย่อมไม่เห็นด้วยกับคำพูดนี้
ก็คล้ายกับการเดินหมากกระดานนี้ ไม่ว่ามหาบัณฑิตกัวจะวางหมากไปตรงไหน เขาก็ล้วนแต่เตรียมวิธีรับมือที่ยอดเยี่ยมเอาไว้หลายวิธี
จะเป็นไปได้อย่างไรที่ตัวเองจะไม่รู้ว่าตาต่อไปตัวเองจะเดินยังไง?
จิ๋งจิ่วใช้ปลายนิ้วเคาะไปที่กระดาน จากนั้นหยิบเอาหมากสีดำขึ้นมาเม็ดหนึ่ง แล้ววางลงไปตรงตำแหน่งหนึ่งบนกระดาน
“เจ้ามีวิถีของเจ้า ข้ามีวิถีของข้า ต่างคนต่างเดิน หากเจ้าต้องการจะพิสูจน์ให้ได้ว่าข้าผิด เช่นนั้นก็เอาชนะข้าในงานชุมนุมเหมยฮุ่ยให้ได้แล้วค่อยว่ากัน”
กล่าวจบประโยคนี้ เขาเก็บเก้าอี้ไม้ไผ่ หมุนตัวเดินไปยังฝั่งตรงข้ามของถนน ก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับเจ้าล่าเยวี่ย
ถงเหยียนดึงสายตากลับมา มองไปบนกระดานหมากล้อม
สายตาของผู้ชมจำนวนมากต่างก็มองไปยังกระดานพร้อมกัน
จากนั้นในบริเวณนั้นพลันมีเสียงพูดคุยและเสียงหัว