็นใครกันแน่? คุณชายเหอไม่เหมือนกับชาวบ้านที่มาตั้งแผงหมากรุกบนถนน เขาคาดเดาได้ว่าชายหนุ่มผู้นี้เป็นใคร สีหน้าแปรเปลี่ยนขึ้นมา เหงื่ออันเยือกเย็นไหลท่วมเสื้อผ้าจนเปียก ในใจครุ่นคิดตนเองประลองหมากกับคนผู้นี้อย่างนั้นหรือ? นี่ไม่เรียกว่ารนหาที่ตายแล้วจะเรียกว่าอะไร? แต่หลังจากนั้นเขาก็รู้สึกยินดีขึ้นมา แพ้ให้กับคนผู้นี้นั้นเป็นเรื่องสมควร ไม่อาจถือเป็นการขายหน้า สิ่งสำคัญก็คือจะมีสักกี่คนที่มีโอกาสได้ประลองหมากกับคนผู้นี้? นี่เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมอย่างมากต่างหากเล่า
“ข้าเพียงแต่ไม่เข้าใจ เหตุใดเจ้าต้องมาเล่นหมากรุกที่นี่?”
มหาบัณฑิตกัวมองดูสภาพแวดล้อมที่ทรุดโทรมและอุปกรณ์เล่นหมากรุกที่ธรรมดาอย่างมากเหล่านั้น คิ้วพลันขมวดขึ้นมา ยิ่งรู้สึกไม่เข้าใจ
ชายหนุ่มกล่าวว่า “ข้าไม่อยากให้คนเหล่านี้เล่นหมากรุก โดยเฉพาะที่นี่”
สายตามหาบัณฑิตกัวมองไปยังป่าดอกเหมยที่อยู่ไกลออกไป งุนงงเล็กน้อย จากนั้นจึงเข้าใจความหมายของเขา
สวนดอกเหมยเก่าค่อยๆ ถูกคนลืมเลือน แต่ที่นี่เคยเป็นประจักษ์พยานของเรื่องราวที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษย์ แล้วยังมีคนเหล่านั้นอีก
สถานที่แบบนี้ไม่ควรถูกเสียงเอะอะโวยวายจากการเล่นหมากรุกและพวกหลอกลวงเหล่านั้นมาทำลายความสงบและความสะอาด
“ไม่น่าดูจริงด้วย”
มหาบัณฑิตกัวมองไปรอบๆ กล่าวว่า “หากเจ้าชนะข้า ข้าจะจัดการเก็บกวาดที่นี่”
ในฐานะที่เป็นมหาบัณฑิตแห่งหอสมุดหลวง เขาย่อมต้องมีคว