านะของชายหนุ่มชุดแพรผู้นั้นได้แต่แรกแล้ว
ถึงลั่วไหวหนานจะเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาผู้บำเพ็ญพรตรุ่นเยาว์ แต่ก็ไม่มีทางอยู่เหนือคนผู้นั้นได้ ทว่าตอนที่อยู่ตรงหน้ากระท่อม เขามิได้เหลือบมองชายหนุ่มชุดแพรผู้นั้นเลยแม้แต่นิดเดียว แล้วก็มิได้พูดอะไรด้วยเลย
จิ๋งจิ่วสวมหมวกลี่เมา กระดาษในมือปึกนั้นถูกเพลิงกระบี่เผา
จากนั้นเขากล่าวว่า “พวกเขารู้จักกัน ยิ่งไปกว่านั้นความสัมพันธ์คงจะมิธรรมดาด้วย”
เจ้าล่าเยวี่ยถาม “เพราะเหตุใด?”
“เพราะราชวงศ์ตระกูลจิ่งกับสำนักจงโจวที่ความใกล้ชิดกันมาโดยตลอด ศิษย์อันดับหนึ่งของสำนักจงโจวไม่มีทางไม่รู้จักรัชทายาทองค์ปัจจุบัน”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ดังนั้นพวกเขากำลังหลีกเลี่ยงไม่ให้คนอื่นสงสัย”
เจ้าล่าเยวี่ยจ้องมองดวงตาของเขา กล่าวถามว่า “เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
หมวกลี่เม่าปิดบังใบหน้าของจิ๋งจิ่วเอาไว้ กระดาษที่เปื้อนเลือดถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน แต่มันก็ยังมิอาจรอดพ้นสายตาของนางไปได้
จิ๋งจิ่วนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนกล่าวว่า “เทียนจิ้นเหรินคิดอยากจะทำอะไรบางอย่าง แต่ข้าไม่ยอม”
“เจ้าได้รับบาดเจ็บ?”
เจ้าล่าเยวี่ยหันหน้ากลับไปมองดูกระท่อมเก่าที่อยู่ในป่าเหมย
จิ๋งจิ่วกล่าว “ไม่เป็นไร เขาเองก็บาดเจ็บไม่น้อยเช่นกัน”
นางถามว่า “ในกระท่อมเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ข้าถามคำถามหนึ่ง เขาถามคำถามหนึ่ง คำถามของข้าค่อนข้างง่าย คำถามของเขาค่อนข้างยาก สุดท้ายเลยจากกันแบบไ