ม่ค่อยดีเท่าไร”
เจ้าล่าเยวี่ยคิดถึงความลับในตัวเขาเหล่านั้น คล้ายจะเดาได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น จึงกล่าวว่า “ข้าไม่น่ามาที่นี่ มิเช่นนั้นเจ้าก็คงไม่ต้องเจอเขา”
“สุดท้ายข้าเจอเขา มันมิได้เกี่ยวอะไรกับเจ้า แล้วก็มิได้เกี่ยวอะไรกับเขา”
จิ๋งจิ่วพูดความจริง
ที่เขาเดินจากป่าเหมยกลับไปยังกระท่อมเก่า ดูคล้ายเป็นเพราะเทียนจิ้นเหรินเอ่ยถึงจิ่งหยาง
แต่ตัวเขารู้ว่านั่นเป็นเพียงข้ออ้าง
สาเหตุที่แท้จริงที่เขามาพบเทียนจิ้นเหรินนั้นเป็นเพราะเขาอยากรู้
ในข่าวลือบอกว่าอาจารย์แห่งสำนักปัญญาชนไป๋ลู่ผู้นี้คือคนที่เข้าใกล้หนทางสู่สวรรค์มากที่สุดบนโลก
เขาเคยเห็นหนทางสู่สวรรค์
เขาจึงอยากพิสูจน์ดูว่าหนทางสู่สวรรค์ที่ตนเองและเทียนจิ้นเหรินได้เห็นนั้นเหมือนกันหรือไม่ เพื่อจะได้ทำลายความสงสัยภายในใจเหล่านั้น
ที่น่าเสียดายก็คืออีกฝ่ายยังอยู่ห่างไกลจากหนทางสู่สวรรค์มากนัก ไม่สามารถช่วยเขาพิสูจน์อะไรได้
เรื่องเหล่านี้ยากจะอธิบาย เขาเองก็ไม่อยากอธิบาย
เมื่อเดินตามทางหินมาถึงปากทางเข้าสวนดอกเหมย บนถนนที่อยู่ไม่ไกลมีเสียงโหวกเหวกโวยวายดังลอยมา
ดูแล้วชายหนุ่มที่หยิ่งยโสมองไม่เห็นหัวคนอื่นผู้นั้นยังคงไล่เก็บกวาดเหล่าเจ้าของแผงหมากรุกที่อยู่บนถนนอยู่
มิรู้เป็นเพราะเหนื่อยหรือว่าเป็นเพราะอาการบาดเจ็บ จิ๋งจิ่วจึงหยุดฝีเท้า ก่อนจะนั่งลงไปบนบันไดหิน
เขามองดูกลุ่มคนที่อยู่บนถนนที่ไกลออกไป พลางกล่าวว่า “ลั่วไหวหนานเข้าไปในกระท่