จากคำพูดที่บอกเล่าต่อกันมาหลังจากนั้น เทียนจิ้นเหรินไม่อยากเห็นสำนักฝ่ายธรรมะต้องเข่นฆ่ากันเอง จึงคิดอยากจะไกล่ตอนแรกทั้งสองฝ่ายก็เคยส่งจดหมายไปมาหากันอยู่หลายฉบับ สำนักกระบี่ซีไห่เองก็ยกเลิกการบุกโจมตีเพื่อแสดงความจริงใจ
เด็กรับใช้จำได้อย่างแม่นยำ วันนั้นสำนักปัญญาชนไป๋ลู่ก็เงียบสงัดเหมือนอย่างเช่นวันนี้ ไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา กระทั่งเสียงลมที่เบาบางที่สุดก็หามีไม่
สิ่งที่ทำให้เขาจำได้อย่างแม่นยำมากที่สุดก็คือ จิ้งหรีดที่เขาเลี้ยงเอาไว้ในโถงด้านนอกตัวนั้นกลับไม่ยอมส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่นิดเดียว
ทุกอย่างเงียบสงัด เหมือนดั่งความตาย
หลังจากนั้นเจ้าสำนักอู๋เอินเหมินก็ออกไปจากสำนักปัญญาชนไป๋ลู่ ว่ากันว่าเขาปฏิเสธคำแนะนำของเทียนจิ้นเหริน ยังคงยืนกรานที่จะสู้กับสำนักกระบี่ซีไห่
จากนั้นท่านอาจารย์ก็ล้มป่วยอย่างหนัก ด้วยเหตุนี้การรับสมัครศิษย์ของสำนักปัญญาชนไป๋ลู่จึงต้องเลื่อนออกไปอีกสองเดือน
เจ้าสำนักอู๋เอินเหมินก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้กับท่านเทพกระบี่ในครั้งนั้น หากมิเป็นเพราะเจ้าสำนักชิงซานช่วยออกหน้า เกรงว่าเขาคงจะตายไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว
หลังจากนั้นเป็นต้นมา ในความขัดแย้งระหว่างทั้งสองสำนัก สำนักอู๋เอินเหมินก็ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในทุกๆ ด้าน ไม่มีโอกาสได้พลิกตัวกลับขึ้นมาอีก
ไม่มีใครเชื่อมโยงการพูดคุยในสำนักปัญญาชนไป๋ลู่ครั้งนั้นเข้ากับเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น