นี่คือวิธีที่เหล่าสตรีในวังเชี่ยวชาญมากที่สุด การปะทะคารมที่ทั้งดุร้ายและแนบเนียน ยากที่จะรับมือได้
เจ้าล่าเยวี่ยมิใช่เด็กผู้หญิง ใช้วิธีเหล่านี้ไม่เป็น แต่นางมีวิธีตอบโต้ของตัวเองอยู่
“ข้าจะบอกท่านแม่ว่าต่อไปไม่ต้องเข้าวังอีก”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าพระสนมหูแปรเปลี่ยนเล็กน้อย จากนั้นถึงได้เข้าใจว่าคู่ต่อสู้ของตนเองในวันนี้มิใช่พี่น้องภายในวังที่ดูอ่อนแอน่าหลงใหลเหล่านั้น หากแต่เป็น…ผู้ยิ่งใหญ่แห่งโลกบำเพ็ญพรต
ตอนนี้เจ้าล่าเยวี่ยเป็นเจ้าแห่งยอดเขาของชิงซาน ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนก็ล้วนแต่เป็นบุคคลที่ราชสำนักจำเป็นต้องให้ความเคารพ
ต่อให้นางเป็นพระสนม แล้วมีสิทธิ์อะไรไปข่มขู่อีกฝ่าย? หากใช้วิธีตามปกติที่ในวังใช้กัน เกรงว่ามันอาจจะทำให้ตนเองเป็นฝ่ายลำบากแทนได้
ส่วนบิดามารดาของเจ้าล่าเยวี่ยจะยอมทำอะไรเพราะความละโมบในลาภยศและเงินทองหรือเปล่านั้น….นั่นคือเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย
ขอเพียงเจ้าล่าเยวี่ยเอ่ยปาก ผู้เป็นพ่อของนางจะต้องลาออกจากราชการอย่างไม่ลังเล มารดาของนางก็ย่อมไม่มีทางเข้าไปในวังอีก บางทีทั้งตระกูลเจ้าอาจจะย้ายไปยังมณฑลหนานเหอก็เป็นได้
เพราะอนาคตของตระกูลเจ้าในอีกหนึ่งพันปีหลังจากนี้ล้วนแต่อยู่ที่ตัวนาง
การที่พระสนมหูที่ดูใสซื่อไร้เดียงสามารถทำให้เสินหวงทรงโปรดปรานได้ หมายความนางต้องเป็นคนที่มีสติปัญญาเฉียบแหลมอย่างมาก ในช่วงเวลาสั้นๆ ก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้