ยิ่งเข้าใจมาก นางก็ยิ่งรู้สึกกลุ้มใจ
ตนเองหยิบเอาเข็มเย็บผ้าขึ้นมาเล่มหนึ่ง เตรียมจะปักผ้าเป็นรูปนกและดอกไม้เพื่อนำมาเปรียบกับอีกฝ่าย แต่ผลปรากฏว่าอีกฝ่ายมิได้ใช้วิธีปกติธรรมดา หากแต่ใช้กระบี่ฟันลงมา….
พระสนมที่กำลังกลุ้มใจไม่คิดอยากสนใจเจ้าล่าเยวี่ยอีก หากแต่หันไปมองเด็กหญิงแห่งสำนักเสวียนหลิง พลางกล่าวว่า “เซ่อเซ่อ ไม่เจอกันนานนะ”
สาวน้อยส่งเสียงเหอะออกมา มิได้สนใจนาง
พระสนมหูยิ้มพลางกล่าว “ไอหยา อายุเท่านี้กลับเจ้าคิดเจ้าแค้นถึงเพียงนี้เลยหรือ อย่าลืมสิตอนนั้นข้าเคยทำเค้กรากบัวให้เจ้ากินนะ”
สาวน้อยกล่าว “พระมเหสี เมื่อครู่ยังขวางไม่ให้ข้าเข้ามา เวลานี้มาทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมทำไม ครั้งสุดท้ายที่ท่านแม่พาข้ามาเมืองเจาเกอ ข้าเพิ่งจะสี่ขวบ จำอะไรไม่ได้”
“หรือว่าตอนนี้เจ้ามิใช่เด็กน้อยแล้ว?”
พระมเหสีหูกล่าว “ข้าไม่ให้เจ้าเข้ามาก็เพราะหวังดีต่อเจ้า”
สาวน้อยเบะปาก “เป็นเพราะท่านกลัวว่าคนในกระท่อมจะเลือกข้าต่างหาก”
หญิงสาวของสำนักเสวียนหลิงมองดูสายตาของจิ๋งจิ่วและเจ้าล่าเยวี่ย พลางกล่าวอธิบาย
ที่แท้เทียนจิ้นเหรินมีกฎอยู่ข้อหนึ่ง ในหนึ่งวันจะทำนายเพียงสามคนเท่านั้น
เวลานี้ภายในกระท่อมเงียบสงบ ลั่วไหวหนานอาจจะอยู่ด้านใน เช่นนั้นวันนี้ก็จะเหลืออีกเพียงสองคนเท่านั้นที่เทียนจิ้นเหรินจะทำนายให้
พระสนมหูย่อมต้องพยายามขวางคนอื่นเอาไว้