สายลมอ่อนๆ พัดผ่านหมู่ไม้ที่อยู่ริมผา ทิวทัศน์งดงามยิ่ง แต่น่าเสียดายที่หมู่มวลวิหคที่ส่งเสียงร้องเจื้อยเแจ้วยังคงอยู่ตรงผาฝั่งนั้นมิยอมจากมา ทิวทัศน์จึงขาดชีวิตชีวาลงไปไม่น้อย
เจ้าล่าเยวี่ยครุ่นคิดอย่างจริงจังอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนกล่าวว่า “ไม่เข้าใจ”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ไม่เข้าใจนั่นแหละดีที่สุด”
เจ้าล่าเยวี่ยพลันรู้สึกว่าในตอนที่เขาพูดประโยคนี้ออกมา เขาออกห่างจากตัวเองไปไกลแสนไกล
บนใบหน้าอันงดงามของจิ๋งจิ่ว นางคล้ายมองเห็นหุบเหวลึกที่ไม่มีที่สิ้นสุด
หุบเหวลึกหมายถึงความห่างไกล
ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจเป็นยิ่งนัก จึงเปลี่ยนประเด็นอย่างฝืนๆ ว่า “แม้นจะมิค่อนสนใจ แต่ก็ยังใคร่รู้ผลลัพธ์ในตอนสุดท้าย”
ที่นางพูดย่อมมิใช่การประลองวิถีพรต หากแต่หมายถึงการประลองวิถีพิณในวันนี้ จิ๋งจิ่วพูดประโยคที่กล่าวต่อๆ กันมาในโลกแห่งการบำเพ็ญพรตประโยคนั้นอีกครั้ง “ยังไงผู้ชนะก็เป็นสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย”
ทันใดนั้นพลันมีเสียงพิณเสียงหนึ่งดังอยู่บนท้องฟ้า
ต้นกำเนิดเสียงคือลานเหมันต์ทางด้านนั้น
เสียงพิณลอยข้ามภูเขามา ฟังดูแผ่วเบาเป็นอย่างมาก ครั้นลอยล่องเข้าไปในหู มันกลับดังชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง ภายในเสียงคล้ายแฝงเอาไว้ด้วยพลังอันมหาศาลสายหนึ่ง