การเปิดออกของถ้ำบนเขาเหมิงซานเมื่อคืนนี้ย่อมมิอาจปิดบังราชสำนักได้ เพียงแต่ก็เหมือนอย่างสำนักบำเพ็ญพรตใหญ่ๆ อีกหลายสำนัก ราชสำนักคิดว่านี่เป็นเรื่องโกหก จึงมิได้ส่งคนไป แต่ในตอนรุ่งเช้าของวันนี้มีข่าวที่ยังคลุมเคลือมิชัดเจนส่งมา วัดกั่วเฉิงเองก็มิได้มีท่าทีว่าจะปิดบัง
“นั่นเป็นเพียงเรื่องล้อเล่นของนักพรตสองท่านนั้น”
เสียงของฉานจึยังอ่อนโยนและเป็นปกติ แต่กลับเพียงพอที่จะทำให้ผู้ฟังเกิดความเคารพเลื่อมใส
ในโลกปัจจุบันนี้ยังมีผู้ใดที่จะมีสิทธิ์ใช้น้ำเสียงที่ราบเรียบเช่นนี้พูดถึงเรื่องราวของสองนักพรตแห่งสำนักชิงซานเล่า?
เหอกั๋วกงแสร้งทำเป็นถามอย่างประหลาดใจ “เช่นนั้นคนที่อยู่ใต้เมฆรุ้ง?”
ฉานจึกล่าวว่า “น่าจะเป็นผู้สืบทอดของเพื่อนเก่า จึงต้องดูแลเสียหน่อย”
เหอกั๋วกงคิดในใจ หากมองไปในยอดเขาทั้งเก้าของชิงซาน ผู้สืบทอดของเพื่อนเก่าของท่านก็คงจะเป็นศิษย์บนยอดเขาเสินม่อ เช่นนั้นมันก็เกี่ยวข้องกับนักพรตจิ่งหยางจริงๆ เพียงแต่ในเมื่อฉานจึเอ่ยปากออกมาเองว่านั่นมิใช่ถ้ำของนักพรตจิ่งหยาง เขาจึงมิได้ครุ่นคิดกระไรอีก หากแต่ถามออกไปว่า “ศิษย์ชิงซานที่เข้าร่วมงานชุมนุมเหมยฮุ่ยในปีนี้น่าจะไม่มีคนที่โดดเด่นอะไร อดรู้สึกเสียดายมิได้ แล้วก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรศิษย์ของเจ้าสำนักชิงซานที่เก็บตัวบำเพ็ญเพียรอยู่ผู้นั้นถึงจะออกมาได้”