เมื่อเทียบกับลั่วไหวหนาน ไป๋เจ่าแห่งสำนักจงโจว ถงเหยียนและถงหลูซึ่งเป็นอัจฉริยะวัยเยาว์ที่มีชื่อเสียงขจรขจายเหล่านี้แล้ว ศิษย์รุ่นที่สามของชิงซานที่ไม่มีกั้วหนานซาน กู้หาน เจี่ยนหรูอวิ๋นดูจะค่อนข้างลำบาก แม้นได้ยินว่าเจ้าล่าเยวี่ยจะมา แต่นางอายุยังน้อย อีกทั้งสถานะยังค่อนข้างพิเศษด้วย
สมณะแก่แห่งวัดกั่วเฉิงรูปหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ยังมีคนที่ชื่อจิ๋งจิ่วอยู่มิใช่หรือ?”
เหอกั๋วกงมิทันสังเกตว่าสมณะแก่ได้เหลือบมองไปยังด้านในห้องภาวนาก่อนที่จะกล่าวประโยคนี้ออกมา เขากล่าวยิ้มๆ ว่า “ได้ยินว่าในงานชุมนุมทดสอบกระบี่ของชิงซาน ชายหนุ่มผู้นี้แสดงความสามารถออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม แต่จะไปเทียบกับอัจฉริยะอย่างลั่วไหวหนานและไป๋เจ่าได้อย่างไร สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเขาจะลงแข่งหมากล้อมเพื่อท้าสู้กับถงเหยียน นี่ช่างน่าสนุกเสียจริง”
ภายในห้องเงียบเชียบ ไม่มีผู้ใดหัวเราะตามเขา สถานการณ์แลดูน่าเบื่อ
เหอกั๋วกงหัวเราะแห้งๆ อย่างกระอักกระอ่วน ก่อนจะคิดถึงเรื่องที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งขึ้นมา เขาลังเลอยู่ครู่ก่อนจะกล่าวออกมาว่า “กุ้ยเฟยทรงรออยู่ด้านนอกวัด พระองค์ทรงอยากให้ไต้ซือประสาทพรให้”
นี่หมายความว่าต้องการขอเข้าพบ
สมณะแก่หลายรูปแห่งวัดกั่วเฉิงและผู้ดูแลวัดจิ้งเจวี๋ยมองไปยังส่วนลึกของห้องภาวนา
ควันขาวลอยวนเวียน มองไม่เห็นใบหน้าของฉานจึ