หูกุ้ยเฟยเป็นคนฉลาด นางรู้ว่าตนเองสามารถลองพยายามใช้ความสัมพันธ์เมื่อครั้งอดีตขอให้ฉานจึออกหน้าได้ แต่ไม่อาจใช้สำนักจงโจวได้เด็ดขาด เนื่องเพราะวัดกั่วเฉิงและสำนักชิงซานมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน แต่สำนักจงโจวและสำนักชิงซานยืนอยู่ฝ่ายตรงข้ามกันมาหลายปี ไม่เพียงแต่จะเป็นเหมือนน้ำกับไฟ แต่ต่างฝ่ายต่างไม่ถูกชะตากันและกันด้วย
สำนักฝ่ายธรรมะคือรากฐานของราชวงศ์มนุษย์ หากนางทำให้เกิดความขัดแย้งกันเพราะเรื่องของตัวเอง หรือว่าทำให้เกิดความวุ่นวายอะไรขึ้นมาจริงๆ อย่าว่าแต่นางที่เป็นเพียงพระสนมที่เพิ่งจะเป็นที่โปรดปรานได้ไม่กี่ปีเลย ต่อให้เป็นองค์ฮองเฮา เกรงว่าคงจะถูกปลดออก แล้วจับไปขังไว้ในตำหนักเย็นเป็นแน่
นางกำนัลนางหนึ่งกล่าวเสียงเบาว่า “หลายวันก่อนท่านใต้เท้าซือเคยบอกว่ากรมชิงเทียนคอยจับตาดูสำนักชิงซานอยู่เพคะ”
หูกุ้ยเฟยกล่าวอย่างโมโหว่า “หรือกรมชิงเทียนกล้าทำอะไรสำนักชิงซาน? คนผู้นั้นเป็นผู้สืบทอดของนักพรตจิ่งหยาง ข้าเพียงแค่ต้องการให้นางยอมรับผิด เพียงเท่านี้ก็ยังมิได้! ได้ยินว่าคนที่ชื่อจิ๋งจิ่วนั่นคุยโวโอ้อวดหน้าไม่อายไว้ว่าจะท้าถงเหยียน ข้าก็อยากจะรู้นักว่าเขาจะทำอย่างไร!”
……
……
เมืองเจาเกอถูกปกคลุมอยู่ภายใต้สายฝนที่ตกปรอยๆ
ด้านนอกเมืองมีคนต่อแถวรอเข้าเมือง ทุกคนล้วนแต่สวมหมวกลี่เม่า
จิ๋งจิ่วมิได้เป็นที่สะดุดตาอีกต่อไป