ศิษย์ของยอดเขาซีไหลผู้นั้นกล่าวว่า “เจ้าก็รู้ว่ายอดเขาเสินม่อเพิ่งตั้งขึ้นมา นอกจากยอดเขาเสินม่อแล้ว ยอดเขาอื่นๆ ที่เหลือมีใครบ้างไม่มีการค้าเป็นของตัวเอง? แล้วเหตุใดต้องเอาเรื่องที่มีผลประโยชน์ที่สุดไปให้เรือนเป่าซู่ทำต่อด้วย? เจตนาของเรือนเป่าซู่นั้นชัดเจน พวกเขาคิดอยากจะเปลี่ยนคนหนุนหลัง ก็เลยจะมาเข้ากับทางยอดเขาเสินม่อ”
เยาซงซานเลิกคิ้วเล็กน้อย กล่าวว่า “ข้าว่าพวกเขาคงเหนื่อยเปล่า อาจารย์อาเล็กจะไปสนใจพวกเขาได้อย่างไร”
ศิษย์ของยอดเขาซื่อเยวี่ยยิ้มขึ้นมา กล่าวว่า “อาจารย์อาเล็กย่อมมิสนใจ เรือนเป่าซู่เองก็ปีนขึ้นไปไม่ถึงยอดเขาเสินม่อ แต่เจ้าอย่าลืม ตระกูลของอาจารย์อาเล็กอยู่ในเมืองเจาเกอ หากคิดจะไปหากลับมิใช่เรื่องยากลำบากอะไร ได้ยินว่าเมื่อฤดูหนาวปีที่แล้ว เรือนเป่าซู่ได้ส่งของล้ำค่าสิบกว่าคันรถไปยังเมืองเจาเกอ”
เยาซงซานนิ่งเงียบไปครู่ ก่อนจะกล่าวว่า “ไม่คุยเรื่องเหล่านี้แล้ว เอาเวลาไปทำสมาธิดีกว่า”
งานชุมนุมเหมยฮุ่ยอยู่อีกไม่ไกล หากระหว่างทางสภาวะก้าวหน้าขึ้นสักหนึ่งส่วนก็ถือว่าไม่เลว
ศิษย์ของยอดเขาซื่อเยวี่ยผู้นั้นกับศิษย์ของยอดเขาซีไหลสบตากัน ต่างคนต่างยิ้มเจื่อนพลางส่ายศีรษะ มิได้มีความมั่นใจอะไรเลย
ศิษย์ชิงซานที่เข้าร่วมงานชุมนุมเหมยฮุ่ยในปีนี้ หลายคนต่างมองว่าเป็นชุดที่อ่อนแอที่สุดในรอบหลายร้อยปีมานี้