หลิวสือซุ่ยก้มหน้าทำงาน แลดูตั้งใจ
ฟ้าสีครามแลเมฆสีขาวที่อยู่ในน้ำแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มยามเย็น เขาเงยหน้าขึ้นมา รู้สึกเมื่อยเอวปวดหลัง ครั้นมองดูข้างๆ ก็พบว่าตนเองทำงานได้เพียงหนึ่งในห้าส่วนของผู้เป็นบิดา
เขามิร้อนใจ ในใจครุ่นคิดว่าค่อยเป็นค่อยไป อีกทั้งเขาพึงพอใจที่ัตนเองปักต้นกล้าได้ตรงดิ่ง ไม่ว่าจะเป็นแนวตั้งหรือแนวนอนก็ล้วนแต่เป็นเส้นตรง
“ปักตรงขนาดนี้ทำอะไร? ปักสวยแล้วกินได้เหรอ”
บิดาแซ่หลิ่วเดินผ่านข้างกายเขาไป
หลิ่วสือซุ่ยยิ้มขึ้นมา คิดในใจหรือคนผู้นั้นเป็นเพราะรูปงามเกินไป จึงพยายามทำอะไรให้มันสวยงาม?
ทันใดนั้นเขาทอดตามองไปยังทางขึ้นเขาหน้าหมู่บ้าน ทว่าไม่มีใคร
ในวันเวลาหลังจากนั้น หลิ่วสือซุ่ยก็เหมือนกับชายหนุ่มทั่วไปในหมู่บ้าน ทำไร่ไถนาอย่างเหน็ดเหนื่อย ร่างกายค่อยๆ กลับมาแข็งแรงขึ้น ใบหน้าก็กลับมาดำอีกครั้ง
ในช่วงเวลาหลายวันตอนแรกเริ่ม บางครั้งบางคราวเขาจะยืดตัวขึ้นมาจากในนา ทอดตามองไปยังปากทางเข้าหมู่บ้าน แต่ก็ไม่มีผู้ใดปรากฏตัวขึ้น
ต่อมา เขาก็มิได้มองไปยังปากทางเข้าหมู่บ้านอีก
หลังฤดูเพาะปลูกก็เป็นการเก็บเกี่ยวช่วงฤดูร้อน หลังการเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงเสร็จสิ้นก็จะเป็นฤดูหนาวอันยากลำบาก อยู่แต่ในหมู่บ้านมันก็น่าเบื่อ เช่นนั้นก็หาเพื่อนไปล่าสัตว์ในภูเขา