บิดาแซ่หลิ่วรับความจริงได้แล้ว ภายในบ้านมีเสียงหัวเราะกลับคืนมาอีกครั้ง เหล่าชาวบ้านเองก็เริ่มยอมรับตัวเขาใหม่ ถึงขนาดมีคนเตรียมจะเป็นแม่สื่อให้เขา แต่ก็ถูกเขาปฏิเสธไป
เรื่องราวในอดีต เขาคล้ายจะลืมเลือนไปแล้วทั้งหมด การฝึกบำเพ็ญเพียรที่ชิงซาน คล้ายดั่งความฝันที่มิใช่ความจริง
เวลาที่เดินอยู่ในเทือกเขา บางครั้งบนท้องฟ้าจะมีลำแสงกระบี่หลายสายปรากฏขึ้นมา
เขาหยุดฝีเท้า มองดูท้องฟ้าอย่างเงียบๆ จนกระทั่งลำแสงกระบี่หายไป มิรู้กำลังครุ่นคิดสิ่งใดอยู่
เหมันต์จากไปไม่นาน วสันต์มาเยือนอีกครา เวลาหนึ่งปีก็ผ่านไปเช่นนี้
ในที่นาเริ่มถ่ายน้ำลงไปอีกครั้ง ท้องฟ้าสีครามเมฆสีขาวมาเยือนท้องฟ้าอีกคราว เหล่าชาวบ้านต้องเผชิญกับสองช่วงเวลาที่เหนื่อยยากที่สุดในหนึ่งปีอีกครั้ง
ตกเย็น หลิ่วสือซุ่ยใช้จอบขุดเอาดินขึ้นมา เตรียมพร้อมสำหรับอุดช่องว่างบนคันนา
เขาทอดมองดูน้ำในนา นวดเฟ้นเอวเล็กน้อย ในใจเริ่มมีความทะเยอทะยาน
เขาครุ่นคิด พรุ่งนี้ตนเองจะต้องปักกล้าข้าวให้ได้มากกว่าบิดา อีกทั้งจะต้องตรงกว่าคนผู้นั้นให้ได้
“อดีตเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิด ในเวลานี้กลับพยายามกลายเป็นชาวนา ช่างน่าสงสารเสียจริง”
เสียงอันเยือกเย็นและเต็มไปด้วยความชั่วร้ายเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง
หลิ่วสือซุ่ยหันหน้ากลับไปมอง ก่อนจะเห็นคนผู้หนึ่งยืนอยู่บนต้นไม้