โอสถกระบี่ถูกทำลาย เส้นลมปราณถูกตัดขาด แม้นจะผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว เขายังคงรู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก
สิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้สึกสบายใจก็คือสุขภาพของบิดามารดายังคงแข็งแรงดีอยู่ ผมดำขลับมิได้มีผมขาวแซมเลยแม้แต่เส้นเดียว บนใบหน้าไม่มีรอยเหี่ยวย่นใดๆ
วันที่สอง ชาวบ้านจำนวนมากต่างรู้ข่าวคราว จึงพากันมายังบ้านตระกูลหลิ่ว
ผู้เฒ่าของหมู่บ้านที่แก่ชราถามไถ่ข่าวคราวพลางสูบกล้องสูบยา สุดท้ายก็มิอาจกล่าวปลอบใจอะไร เพียงแค่ตบบ่าของหลิ่วสือซุ่ยเท่านั้น
วันที่สาม หลิ่วสือซุ่ยรู้สึกว่าพักผ่อนได้พอสมควรแล้ว จึงเดินออกมาจากบ้าน
ตอนนี้เป็นช่วงฤดูไถนา งานค่อนข้างหนัก เขาจึงอยากออกไปช่วย
จากบ้านมายังที่นาของตัวเองต้องใช้เวลาครู่หนึ่ง
ระหว่างทางเขาเจอชาวบ้านหลายคน มีทั้งคุณลุงและพี่น้องที่คุ้นเคย แล้วก็มีเด็กเล็กที่เขาไม่รู้จัก
เด็กเหล่านั้นน่าจะเกิดออกมาในช่วงเจ็ดปีที่เขาอยู่ที่ชิงซาน
ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านที่รู้จักหรือเด็กที่ไม่รู้จัก เมื่อเห็นเขา ทุกคนต่างเบือนหน้าไปอีกทางทันที
ในตอนที่เขาเดินผ่านไปแล้ว สายตาทุกคนจะกลับมามองยังตัวเขาใหม่อีกครั้ง พลางเตรียมตัวนินทาลับหลัง
อารมณ์ในสายตาเหล่านั้นซับซ้อนอย่างมาก มีทั้งเยาะแยะ ดูถูก และหวาดกลัว
หลิ่วสือซุ่ยรับรู้ได้ถึงสิ่งเหล่านี้ แต่ก็มิได้หันกลับไปมอง