า
ซือเฟิงเฉินสูดหายใจ สงบสติอารมณ์ เขาพูดกับเหล่าผู้บำเพ็ญพรตภายในตำหนักว่า “เรียนอาจารย์เซียนทุกท่าน ฆาตกรที่สวมหมวกลี่เม่าผู้นี้คือคนร้ายที่ราชสำนักกำลังตามจับอยู่ เมื่อสองปีก่อนสังหารคนไปเกือบร้อยคน ก่อกรรมทำเข็ญมากมาย มิอาจปล่อยให้นางหนีรอดไปได้เด็ดขาด!”
เหล่าผู้บำเพ็ญพรตที่เข้าร่วมประชุมกับกรมชิงเทียนเมื่อหลายวันก่อนตอบสนองได้รวดเร็วที่สุด
พวกเขาลุกออกจากที่หนึ่ง เรียกกระบี่และอาวุธวิเศษที่ติดตัวมา ภายในตำหนักเต็มไปด้วยแสงสว่าง จิตสังหารอบอวล
เซี่ยงหว่านซูมองดูเจ้าล่าเยวี่ย คิ้วเลิกขึ้นเล็กน้อย คล้ายคาดไม่ถึงว่าสาวน้อยผู้นี้จะเป็นคนชั่ว
สายตามั่วซีเองก็มองไปที่นาง คิ้วที่โค้งเว้าดั่งใบหลิวขมวดเล็กน้อย เผยให้เห็นสีหน้าที่ดูรังเกียจ
สิ่งที่ทำให้กรมชิงเทียนและเหล่าผู้บำเพ็ญพรตประหลาดใจก็คือ สมณะแพทย์ของวัดกั่วเฉิงสองรูปนั้นมิขยับ จั๋วอวี๋สื่อแห่งต้าเจ๋อก็มิขยับ ที่น่าประหลาดก็คือเยาซงซานก็มิขยับเช่นกัน คนผู้นี้คืออาจารย์เซียนจากยอดเขาเหลี่ยงว่างที่ขึ้นชื่อว่าชื่นชอบการต่อสู้ รังเกียจความชั่วร้ายมิใช่หรือ?
อยู่ห่างไปร้อยจ้าง สังหารจู๋เจี้ยด้วยกระบี่เดียวในพริบตา จริงอยู่ที่สภาวะที่เจ้าล่าเยวี่ยแสดงออกมานั้นแข็งแกร่งอย่างมาก แต่ภายในตำหนักเวลานี้มียอดฝีมืออยู่เป็นจำนวนมาก อาทิเช่นเหอจือชงผู้อาวุโสแห่งคุนหลุน หรืออย่างเช่นเซี่ยงหว่านซู ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าที่นี่เป็นสถานที่ของสำนักกร