องจึงทำให้เขาพอจะรู้เรื่องของสำนักจงโจวอยู่บ้าง
บางทีอาจเป็นเพราะคิดไม่ตกจริงๆ จนทำให้โมโห หรือบางทีอาจจะมีความคิดชั่วร้ายอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ จึงทำให้เขาเอ่ยถามเช่นนี้ออกมา
เขาเองก็มิได้ปิดบังเจตนาของตนเอง หากแต่เบียดฝูงคนจนมาถึงหน้าเซี่ยงหว่านซู จากนั้นกล่าวว่า “เหตุใดอาจารย์เซียนต้องถ่อมตน? ได้ยินว่ากระทั่งคุณชายถงเหยียนยังต่อให้ท่านเพียงสามหมากเวลาที่แข่งกับท่าน”
ครั้นได้ยินประโยคนี้ กลุ่มคนพลันมีเสียงฮือฮาดังขึ้นมา
หากถามว่าอัจฉริยะที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในโลกแห่งการบำเพ็ญพรตในช่วงหลายปีมานี้คือผู้ใด ในสามคนแรกที่คิดถึงจะต้องมีชื่อของถงเหยียนอย่างแน่นอน
กระทั่งจัวหรูซุ่ยที่เป็นศิษย์ก้นกุฏิของเจ้าสำนักชิงซาน ในบางด้านก็ยังมิอาจเทียบเขาได้
พรสวรรค์ในการบำเพ็ญพรตของถงเหยียนเป็นที่หนึ่งในจงโจว จนถึงตอนนี้ยังคงเป็นแบบอย่างของคนจำนวนนับไม่ถ้วน
นอกจากนี้ ถงเหยียนยังมีชื่อเสียงอย่างมากในอีกเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือวิถีหมากล้อมของเขา
หลายปีก่อน เขาเคยคว้าตำแหน่งอันดับหนึ่งได้สามครั้งติดในงานชุมนุมเหมยฮุ่ย กระทั่งเหล่าปัญญาชนของเรือนอี้เหมาก็ยังรู้สึกเลื่อมใสอย่างมาก
และยังได้ยินว่าหลายปีมานี้ ถงเหยียนพยายามทดลองใช้วิถีหมากล้อมมารับรู้ถึงวิถีแห่งฟ้า
ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ถงเหยียนก็ล้วนแต่เป็นอันดับหนึ่งแห่งวิถีหมากล้อมในใต้หล้าที่ไม่อาจโต้แย้งได้
เขาแข่งกับเซี่ยงหว่านซู กลับต่อให้เพียงสามหม