“เมื่อครู่ท่านจู๋เจี้ยอยู่ในหอพิณขอรับ”
“เขาอย่างนั้นหรือ? ดีมาก ส่งคนไปแจ้ง ให้เขาอยู่ด้านในคอยจับตาดูคนที่ใส่หมวกลี่เม่าสองคนนั้นไว้”
“คนอื่นให้รออยู่ด้านนอก”
“แจ้งสำนักกระบี่ซีไห่ ให้พวกเขาช่วยเอาหนังสือกระบี่ไปส่งยังลานเมฆ เรื่องอื่นยังไม่ต้องสนใจ”
คำสั่งของซือเฟิงเฉินชัดเจนและแจ่มแจ้ง
เขาเชื่อว่าขอเพียงอีกฝ่ายออกไปจากเขาลูกนี้ ก็จะต้องติดกับที่วางเอาไว้อย่างแน่นอน
เหล่าลูกน้องของกรมชิงเทียนเองก็เชื่อว่าวันนี้อีกฝ่ายไม่มีทางหนีรอดไปได้แน่ จึงอดรู้สึกสงสัยขึ้นมาไม่ได้
เหตุใดพวกเขายังกล้ามางานเลี้ยงซื่อไห่? การลอยหน้าลอยตาเช่นนี้มันต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย?
“หากพวกเขาเป็นศิษย์ที่ถูกทอดทิ้งของสำนักใหญ่ที่มีชื่อเสียงอย่างที่ข้าคิดเอาไว้จริง เช่นนั้นจะต้องเป็นเพราะหมดหวังในด้านการบำเพ็ญเพียร จึงถูกบีบให้ออกจากสำนักและตกอยู่ในสภาพอย่างทุกวันนี้ สำหรับคนอย่างพวกเขาแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการบำเพ็ญเพียร หากสามารถได้รับของวิเศษจากซีหวังซุน ไม่แน่พวกเขาอาจจะยังมีหวังอยู่ก็เป็นได้ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องมา”
ซือเฟิงเฉินแค่นหัวเราะ “คนตายเพราะเงินทอง นกตายเพราะอาหาร ผู้บำเพ็ญพรตดูแล้วเหมือนสูงส่ง ความจริงแล้วมีอะไรแตกต่างกัน?”
……
……
เขาโดดเดี่ยวมิโดดเดี่ยว เนินเขาสูงต่ำทอดยาวไปตามทะเล ผาขาดทอดตัวไปทางตะวันตก ก่อเกิดเป็นอ่าวสีฟ้าครามขึ้นหลายแห่ง
เสียงพิณลอยล่องมาจากอ่าวที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ไ