ได้รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วมันคือกระบี่มิคำนึงที่ปรมาจารย์อาจิ่งหยางทิ้งเอาไว้ให้ตนเอง
เช่นนั้นสร้อยข้อมือของจิ๋งจิ่วเส้นนี้ล่ะ? จะใช่ยอดกระบี่หรือเปล่า?
เหตุใดเขาจึงเอาสร้อยข้อมือเส้นนี้ไปสวมไว้บนมือปีศาจจิ้งจอกที่เพิ่งรู้จัก?
……
……
ครั้นสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ขึ้นมาจากข้อมือ เสี่ยวเหอรู้สึกได้ถึงความหวาดกลัวอย่างรุนแรงอีกครั้ง
สร้อยข้อมือนั้นน่ากลัวเสียยิ่งกว่าสายตาของอีกฝ่าย ทั้งยังเหนือไปกว่าความหวาดกลัวที่ปู้เหล่าหลินมอบให้กับนางมากนัก
นางไม่รู้ว่าสร้อยข้อมือเส้นนี้คือสิ่งใด นางเพียงแต่มีความรู้สึกอย่างรุนแรงอย่างหนึ่ง ขอเพียงตัวเองขยับความคิดที่จะผิดสัญญาที่ให้ไว้กับอีกฝ่ายแม้เพียงนิดเดียว สร้อยข้อมือเส้นนี้จะตัดตัวนางขาดออกเป็นสองท่อน —- มิใช่แค่เพียงข้อมือเท่านั้น หากแต่เป็นทุกส่วนของร่างกาย ไปจนถึงวิญญาณ
ใบหน้าของเสี่ยวเหอขาวซีด พลางกล่าวด้วยสายตาที่หวาดกลัวว่า “ข้าจะรู้ได้อย่างไร…ว่าคนที่ท่านพูดถึงผู้นั้นคือใคร?”
“เมื่อเจอเขา เจ้าจะรู้เอง”
จิ๋งจิ่วยกมือดึงดอกมะลิที่อยู่ตรงขมับของนางมาเก็บไว้ในแขนเสื้อ
……
……
เสี่ยวเหอจากไปไม่นาน แรงกดดันจากบนฟากฟ้านั้นก็ค่อยๆ หายไป
ลมทะเลพัดโกรกเข้ามาในศาลเจ้า ส่งเสียงดังวูมๆ
จิ๋งจิ่วเดินไปริมผา มองดูทะเลตะวันตกที่ดำมืด นิ่งเงียบอยู่เป็นเวลานาน
เขามิได้คิดอะไร เพียงคิดอยากจะดูทะเลผืนนี้เท่านั้น เนื่องเพราะอีกไม่กี่วันก็ต้องจากไปแล้ว