กับสำนักเล็กๆ เหล่านั้นได้แล้ว
ผู้บำเพ็ญพรตจากสำนักเล็กคนหนึ่งกล่าวด้วยสีหน้าลำบากใจว่า “ใต้เท้า ท่านต้องการสิ่งใดก็สั่งการมาได้เลย ไฉนต้องทำเช่นนี้ด้วย”
ซือเฟิงเฉินกล่าว “เจตนาของข้านั้นชัดเจน ยอดฝีมือของราชสำนักถ้าไม่ไปคุ้มกันอยู่ในศูนย์กลางเมืองเจาเกอ ก็ไปอยู่ในกองทัพเจิ้นเป่ยเพื่อต่อสู้กับยอดฝีมือของแคว้นเสวี่ย ตอนนี้กรมชิงเทียนเหลือเพียงแค่เปลือกที่ว่างเปล่า ไม่สามารถจัดการหาตัวคนชั่วสองคนนั้นมาได้จริงๆ จึงได้แต่ต้องบากหน้ามาขอความช่วยเหลือจากทุกท่าน”
ผู้บำเพ็ญพรตคนนั้นกล่าวถามอย่างตกใจ “คนชั่วสองคนนั้นคือใครกันแน่?”
“ไม่มีผู้ใดทราบ”
ซือเฟิงเฉินโบกมือ แสงสว่างสายหนึ่งตกไปบนกำแพงคล้ายกระดาษขาว บนนั้นมีตัวหนังสือเขียนไว้ยืดยาวสิบกว่าบรรทัด
“ครั้งแรกสุดคือที่เมืองซางโจว คนชั่วสองคนนั้นสังหารคนตายไปสี่คน หลังสืบสวนพบว่าพวกเขามิเคยแม้กระทั่งเจอหน้าทั้งสี่คนมาก่อน น่าจะเป็นการสังหารตามอำเภอใจ จากนั้นก็เป็นเมืองเฉาหนาน พวกเขาสังหารศิษย์สำนักซานตูตายไปสี่คน แล้วก็เหลือเบาะแสเอาไว้เล็กน้อย”
ซือเฟิงเฉินกล่าวต่อว่า “ในเวลาสองปีหลังจากนั้น คนชั่วสองคนนี้ยังคงก่อคดีอย่างต่อเนื่อง สังหารคนรวมแล้วเจ็ดสิบกว่าคน ในนี้มีทั้งชาวบ้านธรรมดาที่บริสุทธิ์ แล้วก็มีผู้บำเพ็ญพรต ส่วนใหญ่เป็นการสังหารโดยไม่มีเหตุผล คล้ายเป็นการทำตามอำเภอใจเหมือนอย่างการสังหารในครั้งแรก จากตรงนี้จะเห็นได้ถึงความเหี้ยมโหดข