างคันได้
แต่ตอนนี้เขาเป็นเพียงศิษย์เตรียมสืบทอดกระบี่ที่มาพักอาศัยอยู่ที่ยอดเขาเสินม่อ แล้วจะช่วยหลิวสือซุ่ยได้อย่างไร?
ในเวลานี้ เขาคิดถึงคำพูดที่จิ๋งจิ่วกล่าวกับตนเองก่อนหน้านี้ขึ้นมา ‘หากมีเรื่อง ให้ไปหาลิง’
กู้ชิงเป็นคนชาญฉลาด เขาเข้าใจความหมายของคำพูดประโยคนี้แต่แรกแล้ว
สำหรับหลายๆ คน ความสัมพันธ์ของจิ๋งจิ่วและหลิวสือซุ่ยผู้เป็นนายและบ่าวคู่นี้นับวันยิ่งห่างเหิน มีเพียงกู้ชิงเท่านั้นที่รู้ความสัมพันธ์ที่แท้จริงของจิ๋งจิ่วและหลิวสือซุ่ย อย่างเช่นไม้ไผ่เหล่านั้น หรืออย่างเช่นการสั่งกำชับเหล่านั้น เขามั่นใจเป็นอย่างมากว่าในยอดเขาทั้งเก้าของชิงซาน มีเพียงเรื่องของหลิวสือซุ่ยเท่านั้นถึงจะเป็นเรื่องสำหรับจิ๋งจิ่ว
ความหมายของคำพูดประโยคนี้ก็คือ ‘หากหลิวสือซุ่ยมีเรื่อง ให้ไปหาลิง’
……
……
กู้ชิงเดินไปยังนอกกระท่อมไม้ ใช้กำปั้นทุบไปบนต้นไม้สองสามที จากนั้นส่งเสียงร้องออกมา
ในป่ามีเสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นมา แล้วยังมีเสียงร้องของเหล่าวานร
วานรสิบกว่าตัวมายังรอบๆ กระท่อมไม้ ห้อมล้อมเขาไว้
ตอนนี้กู้ชิงเรียนรู้ที่จะร้องแบบลิง แต่มิได้หมายความว่าเขาจะใช้เสียงร้องเหล่านี้ในการอธิบายเรื่องนี้ได้
เขามองดูวานรเหล่านั้น ใช้ความเร็วในการพูดที่เชื่องช้า ทั้งออกเสียงอย่างชัดเจน อธิบายเรื่องนี้ออกมาตั้งแต่ต้นจนจบ
เหล่าวานรเกาหูเกาหน้าอย่างร้อนใจ พลางชี้มาที่เขาพร้อมส่งเสียงร้องไม่หยุด
กู้ชิงรู้ว่าพวกมันก