ิคำนึงหมุนอย่างช้าๆ อยู่บนศีรษะของนาง
จิ๋งจิ่วมายังนอกเมืองเฉาหนาน เขาเดินมาถึงกึ่งกลางสะพานทงเทียน และยังเป็นตำแหน่งที่สูงที่สุดด้วย
แสงดาวส่องสว่างแม่น้ำ ความเชี่ยวกรากของสายน้ำมิได้ลดลง หากแต่ยิ่งดูอันตราย
จิ๋งจิ่วเก็บจิตจำแนกแห่งกระบี่แล้วกระโดดลงไป ผิวน้ำแตกกระจายก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นแม้แต่คนเดียว
น้ำในแม่น้ำขุ่นยิ่งนัก ทั้งยังเป็นเวลากลางดึก มิสามารถมองเห็นอะไรได้เลย แต่มันกลับไม่สามารถปิดบังสายตาของจิ๋งจิ่วได้
หลังเดินอยู่ใต้น้ำที่เชี่ยวกรากและเยือกเย็นอยู่เป็นเวลานาน ในที่สุดเขาก็มาถึงมุมหนึ่งในส่วนลึกของผาขาดที่อยู่ใจกลางแม่น้ำ
สายน้ำตรงนี้ไหลเอื่อยขึ้นกว่าเดิม แต่แรงดันกลับมหาศาล อีกทั้งยังหนาวเหน็บ มาตรว่าเป็นผู้แข็งแกร่งในวิถีกระบี่ที่บรรลุสภาวะมิประจักษ์ก็มิอาจรั้งอยู่ที่นี่นานได้ หากมิเป็นเพราะร่างกายเขามีความพิเศษ เขาคงไม่สามารถดำมาถึงสถานที่ที่ลึกขนาดนี้และเจอกับกุ่ยมู่หลิงตัวนั้นได้
กุ่ยมู่หลิงตัวนั้นตายแล้ว
กุ่ยมู่หลิงขนาดตัวมหึมา ร่างกายสูงขนาดหอสามชั้น ขาหน้าคล้ายครีบปลา ผิวหนังสีดำคล้ำเป็นมันวาว ถูกฝังอยู่ในส่วนหนึ่งของผาขาด กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมรอบๆ ราวกับก้อนหินธรรมดาก้อนหนึ่ง ยากที่จะพบเห็นได้ มิแปลกที่เหล่าศิษย์ชิงซานหาศพมันไม่พบ
จิ๋งจิ่วลอยไปอยู่ตรงหน้ากุ่ยมู่หลิง ก่อนจะพบว่าบริเวณลำคอและส่วนหัวของมันมีรอยกระบี่อยู่เต็มไปหมด สองตา