โอสถกระบี่ได้ตามใจนึกเหมือนอย่างเจ้าล่าเยวี่ย แบบนั้นจึงจะถือว่าเขาบรรลุสู่สภาวะมิประจักษ์
เจ้าล่าเยวี่ยฝึกฝนอย่างหนักอยู่บนยอดเขากระบี่เป็นเวลาสองปี ใช้วิชาเจตน์กระบี่หลอมกายาอันสุดแสนอันตรายจึงสามารถร่นระยะเวลาตรงนี้ลงได้อย่างน่าตกใจ อีกทั้งหลังจากขึ้นมายังยอดเขาเสินม่อ นางก็เริ่มฝึกฝนเคล็ดกระบี่เก้ามรณาที่หลอมรวมเข้ากับอุปนิสัยของนางได้อย่างสมบูรณ์แบบ นางจึงสามารถบรรลุเข้าสู่สภาวะมิประจักษ์ได้ในเวลาอันสั้น
จิ๋งจิ่วมิสามารถทำตามนางได้ เนื่องเพราะร่างกายเขาค่อนข้างพิเศษ โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่สภาวะมิประจักษ์อันเป็นช่วงที่สำคัญอย่างยิ่ง เขาจำเป็นต้องระมัดระวังให้มาก ก็เหมือนกันการบำเพ็ญเพียรก่อนหน้านี้ เขาได้แต่ต้องอาศัยเวลา อันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่และลี้ลับที่สุดบนปฐพีนี้ในการค่อยๆ เข้าใกล้สภาวะที่อยู่สูงขึ้นไป แน่นอน ยาวิเศษที่ควรจะกินเขาก็กินไปเยอะมากแล้ว หากกินเข้าไปอีกก็หาได้มีประโยชน์อันใดไม่ เช่นนั้นสิ่งที่เขาต้องทำหลังจากนี้ยังคงเป็นคำว่า ‘รอ’
ปัญหาคือครั้งนี้ค่อนข้างรีบร้อนออกมา เขาต้องไปหาไป๋กุ่ย แล้วก็ไปสั่งกำชับกู้ชิง จนลืมเอาจานกระเบื้องและทรายติดตัวออกมาด้วย จึงอดรู้สึกเบื่อไม่ได้
เจ้าล่าเยวี่ยมองออกว่าเขารู้สึกเบื่อ จึงรู้สึกตกใจเล็กน้อย
สำหรับผู้เพ็ญเพียรแล้ว ตามหลักแล้วไม่ควรจะมีอารมณ์เบื่อหน่ายเช่นนี้อยู่
ขอเพียงมีเวลา ก็ควรจะบำเพ็ญเพียร ฝึกกระบี่ หรือว่ารับรู้ถึงฟ้าดิ