การคาดเดานี้ยังมีหลักฐานอ้างอิงอื่น นั่นก็คือการประชุมชิงซานครั้งนี้ยังคงคล้ายว่าทั้งตั้งใจและมิตั้งใจลืมแจ้งยอดเขาเสินม่อ
เนื้อหาหลักที่ประชุมในวันนี้คือปัญหาที่ยอดเขาเหลี่ยงว่างพบเจอในการพาลูกศิษย์ออกไปปราบปีศาจที่เมืองเฉาหนานครั้งนี้
ผู้อาวุโสไป๋หรูจิ้งแห่งยอดเขาเทียนกวงมิได้ปิดบังความโกรธของตนเองเลยแม้แต่น้อย กล่าวเสียงดังขอให้รีบส่งศิษย์รุ่นที่สองไปยังแม่น้ำจั๋ว หากเจ้าปีศาจตัวนั้นยังมีชีวิตอยู่ ก็ให้รีบจับมันกลับมา หากตายแล้วก็ให้ลากศพกลับมา ต้องรู้ให้ได้ว่าในส่วนลึกของแม่น้ำจั๋วในคืนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
เสียงคำรามดังสะท้อนไปมาในตำหนัก เหมยหลี่และคนอื่นๆ มิได้กล่าวกระไร พวกเขารู้ว่าเหตุใดไป๋หรูจิ้งจึงโกรธเกรี้ยวถึงเพียงนี้ เพราะจนถึงตอนนี้ หลิ่วสือซุ่ยยังคงสลบไสลมิได้สติ
“เหล่าศิษย์น้องที่ยอดเขาซื่อเยวี่ยได้ตรวจดูแล้ว ในร่างกายของหลิ่วสือซุ่ยนั้นมีไฟพิษอยู่มากจริงๆ แต่…เห็นได้ชัดว่ามีความผิดปกติ”
ผู้อาวุโสสือหมิงเซวียนจากยอดเขาอวิ๋นสิงกล่าวด้วยน้ำเสียงแปลกๆ ว่า “ข้าสงสัยว่าเขากินอะไรเข้าไปหรือเปล่า ไว้ถามเขาตอนที่ตื่นขึ้นมาก็จะรู้เอง”
ทุกคนที่อยู่ในตำหนักต่างรู้ว่าสิ่งที่เขาสงสัยคือสิ่งใด ความจริงหลังจากยอดเขาซื่อเยวี่ยมาตรวจดู นี่ก็เป็นสิ่งที่หลายๆ คนคาดเดากัน
ไป๋หรูจิ้งย่อมต้องปกป้องศิษย์ของตน จึงกล่าวเสียงแข็งว่า “ความจริงยังมิปรากฏ อย่าใส่ร้ายคนอื่น!”
สือหมิงเซวียนแค