รสวรรค์ทางวิถีกระบี่ของเขาก็ตาม
กู้ชิงกล่าว “ตอนแรกที่ข้าตัดสินใจบำเพ็ญเพียร ข้าไม่คิดว่าลูกศิษย์ชิงซานรุ่นนี้จะเป็นอัจฉริยะกันไปเสียทั้งหมดจนข้าเอื้อมไม่ถึง เช่นนั้นขอเพียงข้าพยายามทำในศิษย์คนอื่นทำไม่ได้ ข้าจะต้องสามารถเข้าไปในสำนักและกลายเป็นหนึ่งในบรรดาลูกศิษย์ของชิงซานได้อย่างแน่นอน ตอนนี้ดูเหมือนข้าจะคิดถูก เพราะสุดท้ายแล้วคนอย่างเจ้านั้นมีน้อยมาก”
จิ๋งจิ่วกล่าวว่า “ข้าชื่นชมความคิดของเจ้า อีกทั้งในบรรดาศิษย์รุ่นนี้ก็มิได้มีอัจฉริยะที่แท้จริงอะไรนั่นพอดี ยินดีด้วย”
กู้ชิงงุนงง ในใจครุ่นคิดหรือเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิดอย่างเจ้าล่าเยวี่ยกับหลิ่วสือซุ่ยก็ยังไม่อาจถือเป็นอัจฉริยะได้? แล้วเจ้าล่ะ?”
จิ๋งจิ่วมองดูกล้วยหวีนั้น พลางถาม “เจ้าเคยเข้าไปในถ้ำไหม?”
กู้ชิงส่ายศีรษะ
ตอนนี้เขาไม่มีสิทธิ์สืบทอดกระบี่ แล้วก็มิใช่ผู้ดูแลของยอดเขาเสินม่อ หากแต่เป็นเพียงผู้พักอาศัยชั่วคราวของที่นี่เท่านั้น ดังนั้นเขาจึงระมัดระวังตัวอย่างยิ่ง เวลาส่วนใหญ่จะทำสมาธิอยู่ภายในกระท่อมไม้เล็กๆ ตรงบริเวณหน้าผา บางครั้งเวลามายังปลายยอดเขาก็เพียงแค่นั่งเล่นอยู่ตรงริมผา ชงชาให้จิ๋งจิ่วเท่านั้น มิเคยคิดเข้าไปดูในถ้ำเลย
จิ๋งจิ่วกล่าว “ลองไปดูสิ”
กู้ชิงสีหน้าตะลึงลาน ถามว่า “ได้หรือ?”
จิ๋งจิ่วกล่าว “ผู้พักอาศัยชั่วคราวก็เป็นแขกเหมือนกัน เข้าไปดูก็หาได้เป็นอะไรไม่”
ถ้ำของปรมาจารย์อาจิ่งหยาง มีหรือที่กู้ชิงจะไ