“ต่อให้ท่านนักพรตจิ่งหยางเกิดเรื่องจริงๆ อาศัยสภาวะของเจ้าในตอนนี้นั้นไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขใดๆ ได้ นั่นเพราะคู่ต่อสู้ของพวกเราแข็งแกร่งอย่างมาก อีกทั้งโหดร้ายอย่างมาก ดังนั้นสำหรับพวกเราแล้ว ตอนนี้เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือการบำเพ็ญเพียรอย่างเงียบๆ เพื่อยกระดับสภาวะของตนเองให้เร็วที่สุด”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าวอย่างจริงจัง “เจ้าอาจจะไม่รู้จักข้า ข้ามิใช่คนดี ข้าโหดร้ายอย่างมาก”
จิ๋งจิ่วกล่าวอย่างเหนื่อยล้า “นั่นสิ ข้ากลัวจังเลย”
เจ้าล่าเยวี่ยนิ่งเงียบเล็กน้อย กล่าวว่า “มองไม่ออกเลย”
นี่คือการคุยอย่างกระอักกระอ่วนอย่างนั้นหรือ?
จิ๋งจิ่วพลันถามขึ้นมาว่า “เจ้ารู้จักนักพรตไท่ผิงหรือไม่?”
ในฐานะที่เป็นศิษย์ชิงซาน มีหรือที่เจ้าล่าเยวี่ยจะมิรู้จักนักพรตไท่ผิง
นักพรตไท่ผิงคืออดีตเจ้าสำนักรุ่นก่อน เจ้าสำนักคนปัจจุบัน หยวนฉีจิงผู้เป็นกฎแห่งกระบี่ และเจ้าแห่งยอดเขาส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นศิษย์สายตรงของเขา
เขาคือศิษย์พี่ของนักพรตจิ่งหยาง ได้ยินว่านักพรตจิ่งหยางก็เป็นผู้ที่เขาสอนมากับมือ
สภาวะของนักพรตไท่ผิงลึกล้ำดั่งห้วงมหาสมุทร ฝีมือสูงล้ำหาใครเทียบ อีกทั้งมีลูกศิษย์คอยเชิดหน้าชูตา สืบทอดแนวคิดออกไปให้เจริญรุ่งเรือง เรียกได้ว่าเป็นบุคคลที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ชิงซาน ต่อให้เป็นทั่วทั้งโลกแห่งการบำเพ็ญพรต ก็เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในบุคคลอันยิ่งใหญ่ในบรรดาคนไม่กี่คน
หลายปีก่อนหน้านี้ สำนักชิงซาน