วเหมือนกระบี่เลิกขึ้นเล็กน้อย คล้ายต้องการประชดประชัน
จิ๋งจิ่วรู้ว่ามีคนมา เขาหาได้ลืมตาไม่
“เรื่องนี้เจ้าเป็นคนยุแยงใช่ไหม?”
กู้หานมองจิ๋งจิ่วพลางกล่าว “ต่อให้ในแต่ละยอดเขาจะมีอาจารย์บางคนชื่นชมเจ้า แต่เจ้าแน่ใจหรือว่าจะแบกรับผลลัพธ์จากการเป็นศัตรูกับตระกูลกู้ของข้าและยอดเขาเหลี่ยงว่างไหว?”
จิ๋งจิ่วยังคงไม่ลืมตา แล้วก็มิได้สนใจเขา หากแต่ยกมือขวาขึ้นมา
วานรตัวหนึ่งกระโดดลงมาจากต้นไม้ ก่อนจะยกหินขึ้นมาก้อนหนึ่งแล้วโยนไปในถ้ำ
เสียงพลั่กเบาๆ ดังขึ้น ไม่นาน เจ้าล่าเยวี่ยก็เดินออกมาจากด้านใน
เมื่องเห็นนาง อารมณ์ของกู้หานพลันสับสนเล็กน้อย เขาฝืนคารวะ กล่าวว่า “คารวะท่านเจ้ายอดเขา”
เจ้าล่าเยวี่ยมิได้นอนมาทั้งคืน ทั้งหัวของนางตอนนี้มีแต่เรื่องเคล็ดกระบี่เล่มนั้น จึงกล่าวไปตรงๆ อย่างมิได้เกรงใจอะไร “ตามสบาย มีเรื่องอะไร?”
เป็นเพราะน้ำเสียงของนาง กู้หานจึงตะลึงลานไปครู่ จากนั้นจึงกล่าวว่า “ข้าจะพากู้ชิงไป”
เจ้าล่าเยวี่ยเหลือบมองจิ๋งจิ่ว
จิ๋งจิ่วยังคงมิกล่าวกระไร
เจ้าล่าเยวี่ยหันมองกู้หาน กล่าวว่า “กู้ชิงมิใช่ศิษย์ของยอดเขาเหลี่ยงว่างแล้ว”
“แต่เขาก็มิใช่คนของยอดเขาเสินม่อเช่นกัน” กู้หานกล่าวด้วยสีหน้าคร่ำเคร่ง “ตามกฎของสำนัก เขาไม่สามารถอาศัยอยู่ในยอดเขาทั้งเก้าได้”
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “เขาเพียงแค่อาศัยอยู่ที่นี่ชั่วคราวเท่านั้น คล้ายกับตอนแรกที่อยู่ยอดเขาเหลี่ยงว่าง”
กู้หานนิ่งเงียบไปครู่ มิไ