ด้กล่าวกระไรอีก จากนั้นทำการคารวะแล้วเดินจากไป
กู้หานเดินมาถึงทางขึ้นเขา ในหัวครุ่นคิดถึงภาพเจ้าล่าเยวี่ยเหลือบไปมองจิ๋งจิ่วก่อนที่จะตอบคำถามตนก่อนหน้านี้ จึงรู้สึกมิค่อยพอใจ เขาทนไม่ไหวหันหน้ากลับไปมองปลายอยอดเขา ก่อนจะเห็นภาพๆ หนึ่งเข้าพอดี เจ้าล่าเยวี่ยเดินมายังข้างเก้าอี้ไม้ไผ่ ก้มศีรษะลงมาพูดอะไรบางอย่างกับจิ๋งจิ่ว ทั้งสองคนใกล้ชิดกันอย่างมาก….
กู้หานไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้อีก ภายใต้อารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่าน เจตน์กระบี่พลันพุ่งออกจากกาย
เสียงฉึบดังขึ้น ต้นไม้ที่อยู่ข้างทางขึ้นเขาต้นหนึ่งมีใบไม้จำนวนนับไม่ถ้วนร่วงตกลงมา รอยแตกรอยหนึ่งฝังลึกเข้าไปในต้นไม้ ขอเพียงผลักเบาๆ มันก็จะหักโค่นลงมาเป็นสองท่อน
เหล่าลิงในป่าต่างตกใจ ส่งเสียงร้องแปลกๆ พลางกรูกันเข้ามา เมื่อเห็นต้นไม้ที่จะหักแหล่มิหักแหล่ต้นนั้น แล้วมองไปทางกู้หาน สายตาของพวกมันดูแปลกใจ คล้ายกำลังมองดูคนโง่คนหนึ่งอยู่
กู้หานสะกดกลั้นความโกรธ ในใจคิดอยากสั่งสอนเดรัจฉานเหล่านี้เสียหน่อย แต่พอคิดถึงกฎเหล็กของสำนักชิงซาน เขาจึงได้แต่ส่งเสียงเหอะออกมาเบาๆ
ร่างเขาค่อยๆ หายไปบนทางขึ้นเขา
เหล่าวานรผลักไม้ต้นนั้นล้มลงไปเบาๆ ก่อนจะยกมันไปทางผาขาด เตรียมจะเอามันให้กับคนโง่ที่สร้างบ้านไม่เป็นคนนั้น ระหว่างทางส่งเสียงร้องฟังดูวุ่นวาย
……
……
เจ้าล่าเยวี่ยกล่าว “ได้ยินว่ากู้ชิงเป็นลูกคนละแม่ของกู้หาน เมื่อก่อนอยู่ที่บ้านถูกรังแกอยู่