โต้อะไรในคำพูดนี้ของเขา กล่าวว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าเคยบิน”
มีเพียงผู้ที่เคยโบยบินอย่างอิสระบนผืนนภาอันกว้างใหญ่ ถึงจะได้สงบนิ่ง ไร้ซึ่งความตื่นเต้นใดๆ ในการขี่กระบี่บินครั้งแรกเหมือนอย่างจิ๋งจิ่ว
จิ๋งจิ่วมิได้กล่าวกระไร เขาย่อมต้องเคยบิน เขาเคยไปยังสถานที่ที่ไม่เคยมีผู้ใดไปมาก่อน เคยเห็นทิวทัศน์ที่ไม่เคยมีผู้ใดเห็นมาก่อน ดังนั้นเขาจึงกระจ่างแจ้งกว่าใครๆ ว่าชีวิตควรถูกใช้ยังที่ใด ไม่ควรใช้ไปกับการคิดวางแผนชั่วร้าย แล้วก็ไม่ควรใช้ไปกับการแก้เเค้น —- เหล่านั้นเป็นเพียงวิธีการแก้ไขปัญหา หาใช่ปัญหาที่แท้จริงไม่
แต่ว่า นี่ไม่ใช่เจตนาที่เขากล่าวกับเจ้าล่าเยวี่ยเช่นนั้น เขาเพียงแต่เป็นห่วงนาง จึงคิดอยากจะเตือนนางให้ล้มเลิก
หากสาวน้อยนางนี้สืบเจออะไรเข้าจริงๆ เขากังวลว่าตัวเองจะไม่สามารถปกป้องนางได้
แม้นเขาจะเป็นจิ๋งจิ่ว
……
……
รุ่งเช้าวันที่สอง ลิงส่งเสียงร้อง จิ๋งจิ่วที่อยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ตื่นขึ้นมา
ถ่านเงินเผาไหม้อยู่ในเตา น้ำในกาน้ำชาเพิ่งเดือดพล่าน ส่งเสียงหวีดดัง กู้ชิงถือพัดกลมอันเล็ก นั่งคู้อยู่หน้าเตา ท่าทางดูช่ำชองยิ่งนัก
“สือซุ่ยบอกเจ้าหรือ?” จิ๋งจิ่วถาม
กู้ชิงเขินอายเล็กน้อย กล่าวว่า “ใช่”
จิ๋งจิ่วกล่าว “เจ้าไม่จำเป็นต้องทำเรื่องพวกนี้”
กู้ชิงกล่าว “ตอนอยู่ยอดเขาเหลี่ยงว่าง ข้าก็ทำเรื่องพวกนี้บ่อยๆ”
ก่อนหน้าที่จะได้พิสูจน์พรสวรรค์บนวิถีกระบี่ของตนเอง เขาเป็นเพียงเด็กติดตามที่ตระกูลกู