่มิได้เข้ามาขวางทางเขาและค้นตัวเขาเพื่อหาสิ่งของอะไร
ในตอนที่มาถึงปลายสุดของยอดเขา ดวงอาทิตย์ยามเช้าได้ลอยพ้นหมู่ยอดเขาขึ้นมาแล้ว แสงสีแดงปกคลุมหน้าผา ดูอบอุ่นยิ่งนัก
น้ำค้างบนเก้าอี้ไม้ไผ่หายไป จิ๋งจิ่วลืมตาขึ้น ครั้นมองเห็นเขาก็รู้สึกแปลกใจ จากนั้นยื่นมือไปหยิบก้อนหินก้อนเล็กๆ ขึ้นมาจากพื้นแล้วดีดไปข้างหลัง
ก้อนหินก้อนนั้นพุ่งผ่านอากาศ จากนั้นทะลุผ่านห้องด้านหน้าออกไปจากแม่นยำ ราวกับมีดวงตา ก้อนหินวนอ้อมเสาไปกระแทกถูกกระจกทองแดง ส่งเสียงดังชัดเจน
เจ้าล่าเยวี่ยเดินออกมา กล่าวถามว่า “มีเรื่องอะไร?”
จิ๋งจิ่วชี้ไปยังกู้ชิงที่ยืนอยู่ไม่ไกล กล่าวว่า “คล้ายมีแขก”
กู้ชิงคำนับเจ้าล่าเยวี่ย กล่าวว่า “คารวะศิษย์พี่…ไม่สิ…อาจารย์อา”
คำพูดที่จิ๋งจิ่วพูดบนลานต้อนรับแพร่กระจายไปในหมู่ลูกศิษย์ของยอดเขาทั้งเก้า
เขาโตกว่าเจ้าล่าเยวี่ยปีหนึ่ง แม้นจะขานเรียกอาจารย์อาออกมา แต่ก็ยังอดรู้สึกกระอักกระอ่วนมิได้
เจ้าล่าเยวี่ยเองก็มิค่อยชินกับการถูกเรียกอาจารย์อา นางตกตะลึงเล็กน้อยก่อนจะได้สติกลับมา กล่าวถามว่า “มีเรื่องอะไร?”
กู้ชิงมิรู้จะเอ่ยปากเช่นไร
เมื่อเห็นสีหน้าเขา เจ้าล่าเยวี่ยก็เดาได้ กล่าวว่า “เจ้ามิใช่ศิษย์สืบทอดกระบี่ ดังนั้นพวกเราจึงไม่อาจรับเจ้าได้”
กู้ชิงกล่าว “ตอนนี้ยอดเขาเสินม่อต้องการผู้ดูแลหรือไม่?”
“ที่นี่มิใช่ยอดเขาเหลี่ยงว่าง พวกเราไม่คิดรับผู้ดูแล”
เจ้าล่าเยวี่ยมองเขาพลางกล่าวอย่างจร