ฉนต้องมาเรียนกระบี่ของยอดเขาตนด้วย
“ตรวจสอบ ย่อมต้องตรวจสอบแน่นอน…เพียงแต่ ต่างฝ่ายต่างก็เป็นศิษย์สำนักเดียวกัน อย่าทำให้ต้องเกิดความบาดหมางกันเลย”
คำพูดของผู้อาวุโสแห่งยอดเขาซื่อเยวี่ยประโยคนี้ต้องการไกล่เกลี่ยอย่างเห็นได้ชัด
ฉือเยี่ยนเองมิได้ใส่ใจ ขอเพียงยอดเขาซื่อเยว่เอ่ยปาก ยอดเขาซั่งเต๋อก็ยิ่งมีความมั่นใจที่จะตรวจสอบต่อไป
“แอบเรียนเพลงกระบี่ย่อมต้องตรวจสอบแน่นอน แต่เรื่องของยอดเขาข้าล่ะ?”
ผู้อาวุโสเฉิงจากยอดเขาปี้หูพลันกล่าวเสี่ยงต่ำขึ้นมา
ผู้อาวุโสแซ่เฉิงผู้นี้ก็เหมือนกับผู้บำเพ็ญเพียรหลายคนบนยอดเขาปี้หู อารมณ์ค่อนข้างรุนแรง
เหลยพั่วอวิ๋นซึ่งเป็นเจ้าแห่งยอดเขาปี้หูคนก่อนหน้าธาตุไฟเข้าแทรก จากนั้นตายลงอย่างกะทันหัน เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงความลับหลายๆ อย่าง เจ้าสำนักเป็นคนเอ่ยปากออกมา ย่อมไม่มีผู้ใดกล้าท้วงติงกระไร
แต่มีหรือที่ศิษย์ยอดเขาปี้หูจะยอม พวกเขาย่อมไม่ยอมรับ โดยเฉพาะก่อนหน้านั้นไม่นาน ยอดเขาปี้หูยังเกิดเรื่องเศร้าขึ้นเรื่องหนึ่ง
ผู้อาวุโสเฉิงกล่าวเสียงดังว่า “หรือศิษย์น้องจั่วต้องนอนตายตาไม่หลับเช่นกันอย่างนั้นหรือ!”
ฉือเยี่ยนสังเกตเห็นคำว่า ‘เช่นกัน’ ในคำพูดประโยคนี้ของผู้อาวุโสเฉิง เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางกล่าว “คดีนี้มีเบาะแสเล็กน้อย แต่ยังมิอาจแน่ใจได้”
ผู้อาวุโสเฉิงจ้องมองดวงตาของเขา กล่าวว่า “มิอาจแน่ใจได้? แล้วเมื่อไรถึงจะแน่ใจได้?”
ฉือเยี่ยนกล่าว “การสืบสวนของยอด