พี่กู้เพียงแค่อยากจะขัดเกลาเจ้า พวกเราอยากดูว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความกดดัน เจ้าจะมีความกล้าที่จะชักกระบี่หรือไม่ และเมื่อวานเจ้าก็ได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว”
เหล่าศิษย์หนุ่มสาวที่อยู่บนลานต้อนรับต่างรู้สึกประหลาดใจ พวกเขาพบว่ายอดเขาเหลี่ยงว่างคิดอยากจะเรียกจิ๋งจิ่วเข้าไปจริงๆ
จิ๋งจิ่วมิได้กล่าวกระไร
กั้วหนานซานมองดูเขา พลางกล่าวต่อว่า “หากปรารถนาจะบรรลุไปบนธรรมวิธี ก่อนอื่นก็จำเป็นต้องเคี่ยวกรำร่างกายให้หนัก ฝึกฝนจิตใจ ขัดเกลาความมุ่งมั่น จึงจะสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างห้าวหาญ เจ้าน่าจะเข้าใจในหลักเหตุผลนี้”
จิ๋งจิ่วส่ายหัวพลางกล้าว “วิถีการฝึกฝนของพวกเราแตกต่างกัน สำหรับข้าแล้ว วิถีของพวกท่านมันผิด”
ลมเย็นพัดผ่านต้นสน เสียงใบไม้สั่นไหวคล้ายเสียงคลื่นในทะเล บนลานต้อนรับเงียบสงัด
กั้วหนานซานยังคงยิ้มเล็กน้อย กล่าวว่า “โปรดชี้แนะ”
“พวกท่านคิดว่าควรจะเพิ่มแรงกดดันจากภายนอกเข้าไปให้มากพอ จึงจะทำให้ใจแห่งกระบี่ของเหล่าศิษย์แน่วแน่มิหวั่นไหว”
จิ๋งจิ่วหมายถึงการฝึกสอนที่เข้มงวดและโหดร้ายที่ยอดเขาเหลี่ยงว่างใช้กับเหล่าลูกศิษย์ แล้วก็หมายถึงเรื่องที่พวกเขากดดันหลิ่วสือซุ่ยและจงใจข่มเขาด้วย
“นี่คือการฝึกจากนอกเข้าใน ข้ามิชื่นชอบ ข้าคิดว่าการบำเพ็ญเพียรมันเป็นเรื่องของตัวเราเอง มันควรเป็นความรู้ตัวที่เกิดจากในไปสู่นอก แน่นอนว่าสำหรับศิษย์ทั่วไปแล้ว วิธีไหนมันได้ผลมากกว่า ข้าเองก็มิแน่ใจ ส่วนที