ากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นฝุ่นธุลี
ส่วนเศษซากเพลิงวิญญาณเหล่านั้นยังคงอยู่อย่างนั้น จนตอนนี้กลายเป็นเหมือนวิญญาณแค้นอย่างไรอย่างนั้น
วิญญาณแค้นที่ก่อร่างมาจากเศษซากเพลิงวิญญาณนี้ไม่มีสติปัญญา มีเพียงความความเคียดแค้นและความคิดชั่วร้าย สำหรับลูกศิษย์ธรรมดาแล้วอาจจะค่อนข้างยุ่งยาก
แต่ในสายตาของจิ๋งจิ่ว เศษเพลิงวิญญาณเหล่านี้มิได้ต่างอะไรกับควันที่เกิดจากการเผาไหม้ไม่หมดของฟื้นชื้นๆ ที่อยู่ในเตาเลย
“ถอยไป”
เขาหิ้วเจ้าล่าเยวี่ยเดินขึ้นไปยังยอดเขา
ในตอนที่เดินผ่านวิญญาณเผ่าหมิงที่น่ากลัวนั้นมา เขามิได้หยุดชะงักแม้เพียงนิดเดียว
วิญญาณเผ่าหมิงดวงนั้นส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนแสบแก้วหูออกมา มันคิดจะกลืนจิ๋งจิ่วลงท้อง
ทันใดนั้น วิญญาณหมิงแตกกระจายกลายเป็นเพลิงแห่งหมิงอันเยือกเย็นสิบกว่าดวง เพลิงแห่งหมิงเหล่านั้นส่งเสียงร้องน่าหวาดกลัวออกมา พวกมันพยายามหนีขึ้นไปยังปลายยอดเขา แต่หนีไปได้ไม่ไกลเท่านั้นก็ตกลงบนผาอย่างไร้เรี่ยวแรง ก่อนจะกลายเป็นกลุ่มควันแล้วสลายหายไป
“รอให้พวกมันรวมตัวกันแล้วค่อยจัดการ ง่ายกว่าไปไล่ตามหาพวกมันจริงด้วย”
จิ๋งจิ่วคิดเช่นนี้ ก่อนจะเดินเข้าในศาลาเล็กๆ ที่อยู่บนปลายสุดของยอดเขา หอแห่งนี้ก็เหมือนกับสิ่งก่อสร้างส่วนมากของชิงซาน ที่ด้านหลังศาลามีถ้ำอยู่แห่งหนึ่ง
ที่นี่คือถ้ำของจิ่งหยางในอดีต
วัสดุที่ใช้สร้างศาลาย่อมต้องเป็นไม้ยักษ์ที่ล้ำค่าที่สุด บนพื้นปูไว้ด้วยหยกงามสีขาว การตกแต