บากยากเข็ญยิ่งนัก อย่างน้อยก็จะช้ากว่าศิษย์ร่วมสำนักที่สืบทอดกระบี่สำเร็จไปแล้วเหล่านั้น และในด้านการบำเพ็ญเพียร หากช้าไปก้าวหนึ่ง ทุกอย่างก็จะช้าไปหมด ผลลัพธ์ที่หนักหนาสาหัสเช่นนี้ ผู้ใดจะยอมรับได้?
บนใบหน้าของอาคันตุกะหลายคนเผยให้เห็นสีหน้ามิอาจทนได้ แล้วนับประสาอะไรกับเหล่าศิษย์ของชิงซาน หลายๆ คนคิดอยากขอร้องแทนเจ้าล่าเยวี่ย
แต่ในฐานะที่เป็นผู้คุมกฎกระบี่แห่งชิงซาน คำพูดของหยวนฉีจิงนั้นคือคำอธิบายกฎสำนักที่ทรงพลังที่สุด ต่อให้เป็นเจ้าสำนักก็มิอาจปฏิเสธได้โดยง่าย
กั้วหนานซานเดินมาริมผา ทำความเคารพเหล่าอาจารย์ที่อยู่ด้านบนพลางกล่าวว่า “เช่นนั้นให้ศิษย์น้องเจ้าเข้ายอดเขาเหลี่ยงว่างได้หรือไม่ขอรับ?”
ทุกคนเข้าใจความหมายของเขา นึกในใจมิเสียทีที่เป็นหัวหน้าลูกศิษย์ของชิงซาน ทั้งฉลาดและมีไหวพริบ
เจ้ายอดเจ้าชิงหรงกล่าว “ข้าคิดว่าได้”
หยวนฉีจิงนิ่งเงียบมิเอ่ยวาจา
ทุกคนรู้สึกโล่งขึ้นมาทันที
เมื่ออยู่ที่ยอดเขาเหลี่ยงว่างจะสามารถสัมผัสกับเพลงกระบี่ทั้งหมดของทุกยอดเขาได้
ส่วนที่หยวนฉีจิงบอกว่าเจ้าล่าเยวี่ยมิสามารถสืบทอดกระบี่ได้…ขนาดกู้ชิงที่เป็นศิษย์ขั้นล้างกระบี่ยังแอบเรียนเคล็ดกระบี่สุริยันของยอดเขาซื่อเยวี่ย อย่างนั้นยังมีอะไรให้ต้องกังวล?
นอกจากวัดกั่วเฉิง สำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ย สำนักเสวียนหลิงแล้ว ในหมู่อาคันตุกะที่มาชมชุมนุมยังมีคนที่มีสถานะค่อนข้างพิเศษอยู่ด้วย — นั่นคือองค์ชายสองคนจากเ