กับข้าอีกอย่างนั้นรึ”
คำพูดนี้ตรงไปตรงมา คนจากยอดเขาปี้หู ยอดเขาอวิ๋นสิง ยอดเขาซีไหลไร้คำพูดตอบโต้ จึงได้แต่นิ่งเงียบ
อาจารย์มั่วมองไปทางจิ๋งจิ่ว บนใบหน้าอัปลักษณ์พยายามยิ้มอย่างอ่อนโยนออกมา กล่าวว่า “เจ้ารู้ว่าข้าไม่เหมือนกับเจ้าพวกนี้ ข้าชื่นชมเจ้ามาโดยตลอด แม้ครึ่งปีมานี้เจ้าจะมิเคยไปยอดเขากระบี่เลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ข้าก็ยังเชื่อมั่นว่าวันนี้เจ้าต้องมาปรากฏตัวตรงหน้าข้า”
เวลานี้เหมยหลี่พลันก้าวออกมาริมผา แค่นหัวเราะอย่างเยือกเย็นพลางกล่าว “ข้าไม่มีสิ่งให้ต้องละอาย ตอนที่ข้ามองเห็นความพิเศษของเด็กคนนี้ ศิษย์พี่มั่วท่านยังมิรู้เลยว่าเขาคือใคร”
ผู้อาวุโสมั่วได้ยินเช่นนั้นจึงพูดอะไรไม่ออก
เหมยหลี่เหลือบมองไปทางหลินอู๋จือที่อยู่อีกฟากหนึ่ง กล่าวว่า “ข้าเคยบอกไว้แต่แรกแล้ว จิ๋งจิ่วต้องเข้ายอดเขาชิงหรงของพวกข้าเท่านั้น ใครกล้ามาแย่งกับข้า อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ”
ในเวลานี้ น้ำเสียงที่จริงใจและอ่อนโยนเสียงหนึ่งพลันดังขึ้น
“ศิษย์น้องเหมยกล่าวผิดแล้ว หากบอกว่าใครมองเห็นความพิเศษของเขาได้ก่อน ก็มีสิทธิ์รับเขาเข้ายอดเขา เช่นนั้นเกรงว่ายอดเขาซื่อเยวี่ยของข้าคงจะเป็นอันดับแรกเสียแล้ว”
คนที่กล่าวคือเจ้าแห่งยอดเขาซื่อเยวี่ย นักพรตกว่างหยวน
เหมยหลี่สีหน้ากวาดกลัวเล็กน้อย โน้มกายคำนับ แต่กลับมิยอมถอย กล่าวว่า “เรื่องนั้นข้ากลับมิทราบ ท่านนักพรตสนใจจิ๋งจิ่วตั้งแต่เมื่อไรกัน”
นักพรคกว่างหยวนกล่าวอย