่างทอดถอนใจ “นั่นเป็นเรื่องเมื่อสองปีก่อน ตอนนั้นข้าได้ยินว่าที่ศาลาหนานซงมีลูกศิษย์ที่มีสติปัญญาและความรอบรู้เหนือคน ตอนนั้นข้าได้ให้คนไปบอกศิษย์หลานหลี่ว์ ถามศิษย์ผู้นั้นว่ายินดีมายอดเขาซื่อเยวี่ยของข้าหรือไม่ จิ๋งจิ่ว เจ้ายังจำเรื่องนี้ได้ใช่หรือไม่?”
จิ๋งจิ่วพยักหน้า
เหมยหลี่ถึงได้รู้ว่ามีเรื่องเช่นนี้อยู่ นางกล่าวอย่างจนปัญญาว่า “ท่านนักพรต เวลานั้นท่านเพียงต้องการเขาไปเป็นผู้ดูแลอยู่ที่ด้านล่างยอดเขา ไหนเลยจะมองเห็นพรสวรรค์ในวิถีกระบี่ของเขา?”
……
……
ช่วงเวลาที่คึกคักที่สุดของงานชุมนุมเฉิงเจี้ยนในวันนี้ก็คือเวลานี้
แต่ละยอดเขาต่างต้องการตัวจิ๋งจิ่วไปเป็นผู้สืบทอดกระบี่ เจ้ามีเหตุผลของเจ้า ข้ามีความตั้งใจเดิมของข้า ต่างฝ่ายต่างมิยอมถอย
ตอนหลิ่วสือซุ่ยออกมายังไม่มีการแย่งชิงที่รุนแรงถึงเพียงนี้ เนื่องเพราะแต่ละยอดเขาต่างรู้ว่าเขาน่าจะเป็นหมากที่เจ้าสำนักวางเอาไว้
จิ๋งจิ่วมิได้มีพื้นภูมิหลังใดๆ ทั้งสิ้น เช่นนั้นแต่ละยอดเขาจะปล่อยเขาหลุดมือไปได้อย่างไร
ครั้นเห็นเหล่าอาจารย์ถกเถียงกันมิยอมอ่อนข้อ กระทั่งเจ้าแห่งยอดเขาซื่อเยวี่ยยังออกหน้าด้วยตัวเอง เหล่าศิษย์ที่อยู่ริมธารต่างพากันตกตะลึง
ลูกศิษย์สิบกว่าคนที่ทยอยเข้ามายังศาลาหนานซงในช่วงหลายปีมานี้รู้สึกเป็นเกียรติอยู่ลึกๆ ในใจ ศิษย์น้องอวี้ซานมองดูจิ๋งจิ่วที่ยืนอยู่บนก้อนหิน ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นจนใบหน้าแดงเรื่อเล็กน้อย นางใช้กำปั้นเล็