สียจากเจ้าจะสร้างโอสถกระบี่ได้สำเร็จ และเข้าสู่สภาวะมิประจักษ์ มิเช่นนั้นแล้วข้าก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าเจ้าจะเอากระบี่ออกมาได้อย่างไร
“รอเดี๋ยว” จิ๋งจิ่วกล่าว
จากนั้นเขามองไปทางหน้าผาที่อยู่ท้ายลำธาร พลางถามว่า “กระบี่ล่ะ?”
หน้าผาเต็มไปด้วยต้นไม้หนาทึบ สิ้นเสียงเขา ใบไม้พลันสั่นไหว เสียงวานรดังขึ้นมาไม่หยุด
ในป่าวุ่นวายเล็กน้อย คลับคล้ายมีฝุ่นลอยฟุ้งขึ้นมา มิรู้มีวานรมากน้อยเท่าไรส่งเสียงร้อง เสียงร้อยค่อยๆ เบาห่างออกไป
ผ่านไปไม่นานนัก เสียงวานรค่อยๆ ดังใกล้เข้ามา น่าจะวิ่งกลับมาอีกครั้ง
ป่าไม้สั่นไหว ฝุ่นควันลอยฟุ้ง วานรสิบกว่าตัวปีนขึ้นไปบนยอดไม้
มีวานรตัวหนึ่งยืนอยู่บนจุดที่สูงที่สุดของป่า แขนยาวๆ ของมันโบกไปมามิหยุด พลางส่งเสียงร้องที่ฟังดูเร่งเร้า
ในมือวานรตัวนั้นถือกระบี่เอาไว้เล่มหนึ่ง
……
……
บนหน้าผาริมลำธารล้วนแต่เป็นผู้บำเพ็ญเพียร ความสามารถในการมองเห็นแหลมคมกว่าคนธรรมดามิรู้กี่เท่า พวกเขามองเห็นภาพตรงบริเวณหน้าผาอย่างชัดเจนแต่แรกแล้ว
เมื่อเห็นภาพนี้ สีหน้าของหลายคนต่างดูมิดีเท่าไร สีหน้ากู้หานยิ่งคร่ำเคร่งคล้ายพายุฝนที่กำลังก่อตัว
สำหรับศิษย์สำนักชิงซานแล้ว กระบี่บินคือสหายที่พวกเขาไว้วางใจมากที่สุด เป็นสหายร่วมรบที่แน่วแน่ที่สุด
พวกเขาทะนุถนอมกระบี่ของตนเองยิ่งนัก นอนหลับด้วยกันทุกคืน เช็ดถูทำความสะอาดทุกวัน บำรุงรักษาทุกเวลา
ใครจะไปคิดบ้างว่าหลังจิ๋งจิ่วเอากระบี่มาได้ส