ริ้วไหว ก่อเกิดเป็นม่านลำแสง ภายในสิบก้าว แม้แต่น้ำตกก็มิอาจเล็ดรอดผ่านไปได้
ฉี่หยวนเหลียง ซือคงอี้หมิน ฉีเฟยอิง รายชื่อที่ปรากฏอยู่บนบันทึกบ่อยครั้งเหล่านี้ถูกเลือกไปหลังจากยื้อแย่งกันอยู่พักหนึ่ง
บนหน้าผาเงียบเชียบ ทูตจากสำนักจิ้งจงได้รับบทเรียนจากก่อนหน้านี้ มิได้แสดงความคิดเห็นอันใดอีก บางครั้งเหลือบมองไปยังแท่นหินที่อยู่ในส่วนลึกของหมู่เมฆ ในใจครุ่นคิดมิรู้ว่าเจ้าสำนักชิงซานเดินทางมาที่นี่ด้วยตนเองหรือเปล่า หรือเขากำลังฝึกวิชาเต๋าอันลี้ลับเหมือนอย่างนักพรตไท่ผิงผู้เป็นอาจารย์ของเขาอย่างที่ร่ำลือ
หัวหน้าอารามหลี่ว์ถังจากวัดกั่วเฉิงหลับตา ลูกประคำที่อยู่ในมือค่อยๆ ขยับ
ศิษย์หญิงจากสำนักแม่ชีสุ่ยเยวี่ยอยู่กับเหล่าศิษย์หญิงของยอดเขาชิงหรง พวกนางซึ่งเดิมคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วพากันกระซิบกระซาบพูดคุยอะไรบางอย่าง เสียงหัวร่อที่ฟังดูสดใสราวเสียงระฆังดังขึ้นมาบ่อยครั้ง
“น่าเบื่อจริงๆ”
อาคันตุกะจากสำนักงเสวียนหลิงนั่งอยู่บนแท่นหินตรงหน้าผาฝั่งตะวันตก
ดรุณีอายุสิบสามสิบสี่คนหนึ่งจ้องมองดูสายน้ำไหลที่อยู่ในรอยแตกของหินตรงใต้เท้าตน ดวงตารู้สึกแสบพร่าเล็กน้อย
นางขยี้ดวงตา หาวออกมาทีหนึ่ง กระดิ่งเล็กๆ ที่ติดอยู่บนติ่งหูส่งเสียงกริ๊งๆ ฟังดูสดใส
กระดิ่งเล็กๆ คู่นั้นเป็นสีเงิน หรือดรุณีผู้นี้จะเป็นทูตกระดิ่งเงินที่มีสถานะสูงส่ง?”
“เจ้าจะไปรู้อะไร?”
หญิงสาวที่แต่งงานแล้วผู้หนึ่งลูบศีรษะของนางอย่างเ