อ็นดู กล่าวว่า “สำนักชิงซานคือสำนักใหญ่แห่งวิถีกระบี่ การแสดงเคล็ดกระบี่ดูคล้ายน่าเบื่อ แต่ความจริงแล้วกลับมิธรรมดา”
“ปัญหาคือมันไร้รสชาติเกินไป กระบี่หนึ่งไป กระบี่หนึ่งมา มีอันใดน่าดู”
สาวน้อยแห่งสำนักเสวียนหลิงผู้นั้นบ่นพึมพำ “หากรู้ว่าน่าเบื่อแบบนี้ ข้าคงไม่มาหรอก”
ทันใดนั้นด้านล่างหน้าผามีเสียงดังขึ้นมา นางยืนขึ้นมองดู พบกลุ่มคนแตกตื่นเล็กน้อย จึงอดรู้สึกสนใจขึ้นมาไม่ได้ สายตามองดูเด็กหนุ่มรูปร่างผอมที่เดินมาถึงลำธารคนนั้น กล่าวว่า “อาจารย์อา ท่านรีบดูเร็ว! นั่นมันเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิดที่ท่านชี้ให้ข้าดูเมื่อครู่นี้มิใช่หรือ?”
……
……
หลิ่วสือซุ่ยเดินมาถึงลำธาร
ริมฝั่งทั้งสองด้านมีเสียงอุทานเบาๆ ดังขึ้นมา
บริเวณหน้าผาเองก็มีความเคลื่อนไหว สายตาจำนวนนับไม่ถ้วนทอดมองลงมา
ด้านบนหน้าผา หัวหน้าอารามหลี่ว์ถังแห่งวัดกั่วเฉิงลืมตา อาคันตุกะจากต้าเจ๋อลุกขึ้นยืน ทูตจากจิ้งจงเดินมาถึงริมผา ทอดตามองลงไปด้านล่าง
เหล่าอาคันตุกะที่มาชมงานชุมนุมแสดงความสนใจต่อหลิ่วสือซุ่ยอย่างมาก หรือพูดอีกอย่างคืออยากรู้อยากเห็น
ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรต่างรู้ว่าหลิ่วสือซุ่ยนั้นเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิด อีกทั้งเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิดคนที่สามของสำนักชิงซานในช่วงเวลาสิบปีที่ผ่านมา
เมล็ดพันธุ์แห่งเต๋าแต่กำเนิดเป็นอัจฉริยะแห่งการบำเพ็ญเพียรที่หาได้ยากยิ่ง ในสำนักทั่วๆ ไป ช่วงเวลาร้อยปีหาเจอสัก